2015 S.E.A. WRITE AWARDEE

2015 Brunei

 

2015 Brunei S.E.A. Write Awardee

HAJI ABDUL AZIZ BIN TUAH

HAJI ABDUL AZIZ BIN TUAH Awang Haji Abdul Aziz bin Tuah uses the pseudonym JaBiT Abdul Aziz. He completed his GCE ‘A’ level at the Sixth Form Centre in 1983. In 1981 his work titled, “Hadiah Nobel” (Nobel Prize) and a short story called, “Korban” (Sacrifice) were broadcasted through a Brunei radio’s drama programme. He has published two teenlits (novels for teenagers) namely G.P. (runner-up in Teens Novel Writing Competition in conjunction with the 35th anniversary of the Language and Literature Bureau-DBP, 2001) and s.i.r.! (runner-up in Teens Novel Writing Competition in conjunction with the 45th anniversary of the Malay Language in Brunei Darussalam’s Constitution, 2007). He prolifically produced short stories which mostly appeared in Bahana. He won the Language Prize DBP-BSP (Short Stories) in 2008 and also the Majlis Ilmu Short-Story Writing Competition, 2008.

นักเขียนซีไรต์ประเทศบรูไน ดารุสสลาม

หะจี อับดุล อะซิซ บิน ตูอะฮ์

อาวัง หะจี อับดุล อะซิซ บิน ตูอะฮ์ ใช้นามปากกาว่า จาบิต อับดุล อะซิซ เขาจบจีซีอีระดับ เอ ที่ซิกซ์ฟอร์ม เซนเตอร์ ใน ค.ศ. 1983 งานเขียนของเขา เรื่อง “Hadiah Nobel” (รางวัลโนเบล) และเรื่องสั้นชื่อ “Korban” (ความเสียสละ) ใน ค.ศ. 1981 ได้ออกอากาศในรายการวิทยุแห่งบรูไน เขาตีพิมพ์นวนิยายสำหรับวัยรุ่น 2 เรื่องคือ G.P. ซึ่งได้รางวัลรองชนะเลิศในการประกวดนวนิยายสำหรับวัยรุ่น ในโอกาสฉลองครบรอบ 35 ปี ของสถานบันภาษาและวรรณกรรมแห่งบรูไน ใน ค.ศ. 2001 เรื่องที่สอง ชื่อ s.i.r.! ได้รับรางวัลรองชนะเลิศในการประกวดนวนิยายสำหรับวัยรุ่น ในโอกาสครบรอบ 45 ปี ของภาษามาเลย์ในรัฐธรรมนูญแห่งบรูไน ดารุสสลาม ค.ศ. 2007 เขาเขียนเรื่องสั้นจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่ลงในวารสาร Bahana เขาได้รับรางวัลภาษา DBP-BSP (เรื่องสั้น) ใน ค.ศ. 2008 และ ชนะการประกวดเรื่องสั้น Majlis Ilmu ใน ค.ศ. 2008 ด้วย

 

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ หะจี อับดุล อะซิซ บิน ตูอะฮ์

Click Here to read Haji Abdul Aziz bin Tuah speech

**********************************************

2015 S.E.A. WRITE AWARDEE

 2015 Cambodia

 

2015 Cambodia S.E.A. Write Awardee

KHO TARARITH

Kho Tararith is a Cambodian author and poet, who have been working earnestly to revive Cambodian literature by establishing two literary associations in Cambodia: Nou Hach Journal and Sower Association.  He is also a founder of PEN Cambodia.  Kho Tararith got a Bachelor of Arts in philosophy from Royal University of Phnom Penh (1999) and a Master Degree in political science from Chomreoun Poly-technique University in Phnom Penh (2004), Cambodia.  Over the years, Kho Tararith was working as a writer and media reporter for a local radio station and producing some substantial literary works including Ashamed (2012), Red Print (2010), Regretful (2009), Khmer Nigeria (Poetry collection, 2011), The Cage (a poem, 2008), Culture Shouldn’t Stay Alone (2006), Lesson of Life (1998).  In recent years, Kho Tararith has been awarded a literary scholarship as a fellow at Brown University and then Harvard.

 

นักเขียนซีไรต์ประเทศกัมพูชา

โข ทาราริช

โข ทาราริช เป็นนักเขียนและกวี ซึ่งได้ทำงานอย่างแข็งขันเพื่อฟื้นฟูวรรณกรรมเขมร ด้วยการก่อตั้งสมาคมวรรณกรรมขึ้น 2 สมาคมในประเทศกัมพูชา ได้แก่ วารสาร นู ฮัก และ สมาคมเซาเวอร์ เขาเป็นผู้ก่อตั้งสมาคมเพนกัมพูชาด้วย โข ทาราริช ได้ปริญญาตรีด้านปรัชญา จากมหาวิทยาลัยรอยัลแห่งพนมเปญ ใน ค.ศ. 1999 และได้ปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยจำเริญ โปลิ – เทคนิก กรุงพนมเปญ  ใน ค.ศ. 2004 โข ทาราริช ทำงานตลอดเวลาหลายปีเป็นนักเขียนและผู้สื่อข่าว ที่สถานีวิทยุท้องถิ่น และผลิตผลงานวรรณกรรมที่มีคุณค่าจำนวนหนึ่ง อาทิ เรื่อง Ashamed (อับอาย 2012), Red Print (สิ่งพิมพ์สีแดง 2010), Regretful (เสียใจ 2009), Khmer Nigeria (รวมบทกวีนิพนธ์ 2011), The Cage (บทกวีเรื่องกรง 2008), Culture Shouldn’t Stay Alone (วัฒนธรรมไม่ควรอยู่อย่างโดดเดียว 2006), Lesson of Life (บทเรียนแห่งชีวิต 1998) เมื่อไม่นานมานี้ โข ทาราริช ได้รับทุนทางวรรณกรรมให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ณ มหาวิทยาลัยบราวน์ และ ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในสหรัฐอเมริกาตามลำดับ

 

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ โข ทาราริช

Click Here to read Kho Tararith speech

**********************************************

2015 S.E.A. WRITE AWARDEE

2015 Indonesia

 

2015 Indonesia S.E.A. Write Awardee

REMY SYLADO

Born on July 12, 1945 in Makassar, South Sulawesi with the name of  Yapi Tambayong, the author who is known by his pen name Remy Sylado developed  interest in literature and theatre early in his life.  After spending high school in Semarang, Central Java, he was enrolled in theatre arts in Surakarta and later Jakarta arts institute. Remy Sylado soon developed to be a versatile author, a novelist cum poet, who composes music, does screen writing, writes literary and arts criticism, and acts in films.  He worked as a reporter and editor of a popular youth magazine, Aktuil.   In the 1970s he was the proponent of a humorous genre of poetry called Puisi Mbeling. Resisting the dominant poetics of the time, Remy Sylado’s works have influenced and inspired many generations to come.  Remy Sylado is a prolific writer, with a life-long committment to the world of literature and the arts.  He has published dozens of novels, including the award winning Kerudung Merah Kirmizi. Today he works as a director of his own troupe named Dapur Teater Remy Sylado.

 

นักเขียนซีไรต์ประเทศอินโดนีเซีย

เรมี ไซลาโด

เรมี ไซลาโด เกิดวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1945 ที่เมืองมะคัสซาร์ เกาะสุลาเวสีตอนใต้ มีนามจริงว่า ยาปี ตัมบายอง เขาใช้นามปากกา เรมี ไซลาโด ในงานเขียน เขาเริ่มสนใจงานวรรณกรรมและการละครตั้งแต่ยังหนุ่ม หลังจากศึกษาที่โรงเรียนมัธยมที่เมืองสะมารัง ในชวากลาง เขาก็เข้าศึกษาทางศิลปะการละครที่สุราการ์ตา และสถาบันศิลปะจาร์กาตาตามลำดับ ต่อมาไม่นาน เรมี ไซลาโด ก็พัฒนาตนเองเป็นนักเขียนที่เขียนได้หลายแบบ เขาเป็นนักเขียนนวนิยาย กวี นักแต่งเพลง นักเขียนบทภาพยนตร์ นักเขียนบทวิจารณ์วรรณกรรมและงานศิลปะ และเป็นนักแสดงภาพยนตร์ด้วย เขาทำงานเป็นผู้สื่อข่าวและบรรณาธิการนิตยสารเยาวชนซึ่งเป็นที่นิยมมาก ชื่อ Aktuil ในทศวรรษ 1970 เขาเป็นผู้นำเสนอบทกวีที่แสดงอารมณ์ขัน ซึ่งเรียกว่า Puisi Mbeling เขาต่อต้านแนวกวีนิพนธ์ยอดนิยมของยุค ผลงานของเขาจึงมีอิทธิพลและให้แรงบัน ดาลใจแก่เยาวชนรุ่นหลัง เรมี ไซลาโด เป็นนักเขียนที่มีผลงานมาก เขามีพันธสัญญาตลอดชีวิตที่จะอุทิศตนแก่วงวรรณกรรมและศิลปะ เขาตีพิมพ์นวนิยายจำนวนหลายสิบเล่ม รวมทั้งนวนิยายเรื่อง เกรูดัง เมราห์ กิรมิซิ ซึ่งได้รับรางวัล ปัจจุบันเขาเป็นผู้อำนวยการคณะละครของเขาเองที่ชื่อว่า “คาปูร์ เทียเตอร์ เรมี ไซลาโด”

 

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ เรมี ไซลาโด

Click Here to read Remy Sylado speech

**********************************************

2015 S.E.A. WRITE AWARDEE

2015 Laos

2015 Laos S.E.A. Write Awardee

PHONESAVANH PHANTHAVICHITH

Mr. Phonesavanh Phanthavichith was born on February 25, 1958 in Bokeo province, Lao PDR. He works as official in the Information, culture and Tourism Department of Oudomxay province in position director. He began writing at age 20 years. Start writing poems, short stories, stage and TV dramas and novels. Some the winning prizes: 1996: First Prize with theatre on the title of “The lands” sponsored by Ministry of finance 2003: Second prize with the long story for TV theatre, title Pass through the Poppies flowers sponsored by National TV 2008: First Prize with the short story title “The Love relation” organized by the Ministry of Information and Culture 2011: Sinsay Prize with long story Title “The cloud flame under the Rain” organized by Ministry of Information and Culture 2012: First Prize with short story on the title “The Love relation” for Mekong Literature Awards in Danang, Vietnam.

 

นักเขียนซีไรต์ประเทศลาว

พอนสวัน พันทะวิจิด

พอนสวัน พันทะวิจิด เกิดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1958 ที่จังหวัดบ่อแก้ว ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เขาเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายกองข่าว วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ที่จังหวัดอุดมชัย ในตำแหน่งผู้อำนวยการ เขาเริ่มงานเขียนตั้งแต่อายุ 20 ปี เริ่มแต่งกวีนิพนธ์ เรื่องสั้น บทละครเวที บทละครโทรทัศน์ และนวนิยาย บางเรื่องได้รับรางวัล เช่น  ค.ศ. 1996 รางวัลที่ 1 บทละครเรื่อง “The lands” ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากกระทรวงการคลัง ค.ศ. 2003 รางวัลที่ 2 รางวัลเรื่องยาวสำหรับละครโทรทัศน์ ชื่อ “Pass through the Poppies flowers” ได้รับความสนับสนุนจากโทรทัศน์แห่งชาติ ค.ศ. 2008 รางวัลที่ 1 เรื่องสั้น เรื่อง ”The Love relation” กระทรวงสนเทศและวัฒนธรรมเป็นผู้จัดการประกวด ค.ศ. 2011 รางวัลสินไซ เรื่องยาว เรื่อง “The cloud flame under the Rain” กระทรวงสนเทศและวัฒนธรรมเป็นผู้จัดการประกวด ค.ศ. 2012 รางวัลที่ 1 เรื่องสั้นชื่อ “The Love relation” ได้รับรางวัลวรรณกรรมแม่โขง ที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม

 

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ พอนสวัน พันทะวิจิด

Click Here to read Phonesavanh Phanthavichith speech

 

**********************************************

2015 S.E.A. WRITE AWARDEE

2015 Malaysia

 

2015 Malaysia S.E.A. Write Awardee

JASNI MATLANI


Jasni Matlani born in Beaufort, Sabah on 16 November 1962. He received his first education at SK Kebatu Beaufort, secondary level at St Paul High School before moving to the SM (A) Toh Puan Hajjah Rahmah Kota Kinabalu. He continued his study at University Putra Malaysia. Jasni Matlani began writing short stories since 1990 and continues to produce prolific short story, poetry, novels, and essays until today. He has produced over 300 short stories and most of them were compile in eight books of his short story collection. Jasni Matlani actively involved in literature activities and society. In 2005, Jasni Matlani elected as the President of Language and Literature (BAHASA).  To date he continues to lead BAHASA and has implemented various activities at the state, national and international. Jasni Matlani has received dozen of awards in the genre of short stories, poetry and essays at both state and national level such as Sabah Literary Prize, Utusan Group-ExxonMobil Literary Prize, Malaysian Premier Literary Prize (HSPM), and ITBM-PENA-BH Writing Competition Prize.

 

นักเขียนซีไรต์ประเทศมาเลเซีย

จัสนี มัตลานี

จัสนี มัตลานี เกิดที่เมืองโบฟอร์ต ในรัฐซาบะฮ์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1962 เขาเข้าศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนเกบาตู โบฟอร์ต ศึกษาระดับมัธยมที่ เซนต์ ปอล ไฮสกูล ก่อนที่จะย้ายไปโรงเรียนโต๊ะ ปวน ฮัจจาฮ์ เราะน์มาน ที่เมืองโกตา กินาบาลู เขาเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยปุตระ มาเลเซีย จัสนี มัตลานี เริ่มเขียนเรื่องสั้นตั้งแต่ ค.ศ. 1990 และผลิตผลงานจำนวนมากหลายในรูปของเรื่องสั้น กวีนิพนธ์ นวนิยาย และความเรียงตลอดมาจนถึงปัจจุบัน เขาเขียนเรื่องสั้นกว่า 300 เรื่อง และพิมพ์เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น 8 เล่ม จัสนี มัตลานี ร่วมในกิจกรรมเกี่ยวกับวรรณกรรมและสังคม ใน ค.ศ. 2005 เขาได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมภาษาและวรรณกรรม (สถาบันภาษา) ปัจจุบันเขายังเป็นผู้นำในสถาบันภาษาและได้ส่งเสริมกิจกรรมต่างๆในระดับรัฐ ระดับชาติ และระดับนานาชาติ จัสนี มัตลานี ได้รับรางวัลมากมาย ในประเภทเรื่องสั้น กวีนิพนธ์ และความเรียง ทั้งในระดับรัฐและระดับชาติ เช่น รางวัลวรรณกรรมรัฐซาบะฮ์ รางวัลวรรณกรรมกลุ่มอุตุซาน – เอกซอนโมบิล รางวัลวรรณกรรมยอดเยี่ยมแห่งมาเลเซีย (HSPM) และรางวัลแข่งขันงานเขียน (ITBM-PENA-BH)

 

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ จัสนี มัตลานี

Click Here to read Jasni Matlani speech

**********************************************

2015 S.E.A. WRITE AWARDEE

2015 Myanmar

2015 Myanmar S.E.A. Write Awardee

LEDWINTHAR SAW CHIT

Ledwinthar Saw Chit (Sithu Tin Hlaing) for the book titled “The Gardener among the Flowers” About the author Ledwinthar Saw Chit was born in 1941 in Wuntho village, Sinkaing Township, Kyaukse District, in the middle part of Myanmar. He started writing 17 collective Short Stories, 27 books of knowledge as well as aesthetic enjoyment and 50 novels a total of 94 books. He has won 2 National Literary Awards, 2 Sarpaybeikhman (the Institute of Literature) Awards, and 2 Literary Award given by nongovernmental institutions. He has been given an outstanding award for Arts studies and a title of “Sithu” by the government. He has been a junior assistant teacher, a university teacher, District Administrator, State Administrator, and a Director at the Head quarters of General Administration. Currently, Ledwinthar Saw Chit is the Chairman of the Central Executive Committee of The Writers’ Association of Myanmar. In 2015, he has won the life time achievement national literary award.

 

นักเขียนซีไรต์ประเทศพม่า

เลดวินทาร์ ซอ จิต

เลดวินทาร์ ซอ จิต เกิดเมื่อ ค.ศ. 1941 ที่หมู่บ้าน วุนโธ เมืองซินกาย เขตจอกเซ ในภาคกลางของประเทศเมียนมาร์ เขามีผลงานเป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น 17 เล่ม หนังสือรวมความรู้และความบันเทิงสุนทรีย์ 27 เล่ม และนวนิยาย 50 เล่ม รวมเป็นผลงาน 94 เรื่อง เขาได้รับตำแหน่ง สิทธู จากรัฐบาล สำหรับหนังสือชื่อ “The Gardener among the Flowers” (คนทำสวนท่ามกลางดอกไม้) เขาได้รับรางวัลวรรณกรรมแห่งชาติ 2 รางวัล รางวัลซาร์เปเบกแมน (สถาบันวรรณกรรม) 2 รางวัล และรางวัลจากสถาบันเอกชนอีก 2 รางวัล นอกเหนือจากรางวัลดีเด่นทางด้านศิลป์ศึกษาจากรัฐบาล ซึ่งตั้งเขาเป็นสิทธูดังได้กล่าวไปแล้ว เขาได้เป็นครูช่วยสอน อาจารย์มหาวิทยาลัย ผู้บริหารเขต ผู้บริหารรัฐ และผู้อำนวยการสำนักงานใหญ่ของการบริหารทั่วไป ปัจจุบัน เลดวินทาร์ ซอ จิต เป็นประธานคณะกรรมการบริหารส่วนกลางของสมาคมนักเขียนแห่งเมียนมาร์ ใน ค.ศ. 2015 เขาได้รับรางวัลวรรณกรรมแห่งชาติในฐานะผู้ประสบความสำเร็จทางวรรณกรรมตลอดชีวิต

 

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ เลดวินทาร์ ซอ จิต

Click Here to read Ledwinthar Saw Chit speech

**********************************************

2015 S.E.A. WRITE AWARDEE

2015 Philippines

 

2015 Philippines S.E.A. Write Awardee

JERRY B. GRACIO

Regarded by critics as “one of the most distinctive voice in contemporary Filipino poetry,” Jerry B. Gracio writes poems that border on the obscene, oftentimes challenging the traditional notions of self and nation in his writings, protesting on the current state of Philippine writing while hewing closely to traditional poetic forms both in Filipino, the national language, and Waray, his mother tongue which is spoken in the Samar and Leyte islands. Born in Manila, he spent his childhood in the small rural village of Nenita in Mondragon town, Northern Samar province. He studied Creative Writing at the University of the Philippines-Diliman. As poet, he has won the Philippines’ major literary prizes, including the Palanca Memorial Awards for Literature as well as the University of the Philippines Centennial Literary Prize. His poetry collections, Apokripos (Apocryphal) and Aves (Birds) both won the Philippine National Book Awards. He went into full-time writing for film and television in the late 90s and to date, has written more than 30 award-wining screenplays for film which were shown at various international film festivals. Gracio is currently Commissioner for Samar-Leyte Languages at the Commission on the Filipino Language under the Office of the President of the Philippines, and works as writer for the country’s media conglomerate, ABS-CBN. He lives in the City of Valenzuela, in the northern part of Metro Manila.

 

นักเขียนซีไรต์ประเทศฟิลิปปินส์

เจอรี บี. กราซิโอ

เจอรี บี. กราซิโอ คือผู้ที่นักวิจารณ์ยกย่องว่าเป็นเสียงชัดเจนที่สุดของกวีนิพนธ์ฟิลิปปินส์ร่วมสมัย เขาเขียนกวีนิพนธ์ที่อยู่คาบเส้นอนาจาร บ่อยครั้งท้าทายความคิดในกรอบประเพณีเกี่ยวกับเรื่องตัวตนและชาติ ประท้วงสภาพในปัจจุบันของงานเขียนฟิลิปปินส์ ขณะที่เขาตัดสู่รูปแบบกวีนิพนธ์ที่ใกล้เคียงกับรูปแบบกวีนิพนธ์ทั้งในภาษาฟิลิปิโน ซึ่งเป็นภาษาแห่งชาติ และภาษาวาเรย์ ซึ่งเป็นภาษาแม่ของเขาที่ใช้กันในเกาะซามาร์และเลย์เต เขาเกิดที่กรุงมะนิลา ใช้ชีวิตวัยเด็กในหมู่บ้านชนบทเล็กๆ ชื่อ เนนิตา ในเมืองมอนดรากอน จังหวัดซามาร์เหนือ เขาศึกษาการเขียนแบบสร้างสรรค์ที่มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ – ดิลิมัน ในฐานะกวี เขาได้รับรางวัลวรรณกรรมที่สำคัญหลายรางวัล รวมทั้งรางวัล Palanca Memorial Awards สำหรับวรรณกรรม และรางวัลวรรณกรรมฉลอง เออปี ของมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ หนังสือรวมบทกวีของเขาชื่อ Apokripos (ไม่ทราบที่มาแน่ชัด) และ เรื่อง Aves (นก) ได้รับรางวัลวรรณกรรมแห่งชาติฟิลิปปินส์ เขาทำงานเต็มเวลาเขียนบทภาพยนตร์และโทรทัศน์ ในช่วงทศวรรษ 1990 และปัจจุบันเขาเขียนบทภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลกว่า 30 เรื่อง ซึ่งจัดแสดงในงานมหกรรมภาพยนตร์นานาชาติที่จัดขึ้นในที่ต่างๆ กราซิโอ เป็นกรรมการภาษาซามาร์ – เลย์เต ในคณะกรรมการภาษาฟิลิปิโน ภายใต้การดูแลของสำนักประธานาธิบดีแห่งฟิลิปปินส์และทำงานเป็นนักเขียนในเครือบริษัทสื่อมวลชน ชื่อ ABS-CBN เขาอาศัยอยู่ในนครแห่งวาเลนซูเอลา ซึ่งอยู่ส่วนเหนือของเมโทร มะนิลา  

 

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ เจอรี บี. กราซิโอ

Click Here to read Jerry B. Gracio speech

**********************************************

2015 S.E.A. WRITE AWARDEE

2015 Singapore 

2015 Singapore S.E.A. Write Awardee

JAMALUDEEN MOHAMED SALI

J.M. Sali is a multiple award winning novelist, short-story writer, children’s book author, TV/ Radio dramaturge and translator. He has been writing since 1955 and has 57 books to his credit. J. M. Sali was born in 1939 and came to Singapore in 1964. Parallel to his writing, which started when he was still a teenager, he has also enjoyed a career as a prominent literary editor and journalist. For over 20 years he edited various Tamil language publications, including Singapore’s Tamil Murasu, and Chennai’s Ananda Vikatan Weekly and Mayan Youth Magazine. In 1983 he joined the Singapore Broadcasting Corporation as a broadcast journalist and news editor and continued this work for over three decades. In addition, Mr Sali was a Contributing Editor to the Tamil section of the literary journal, Singa, from 1987 to 1989, and was a member of the Editorial Team for the Anthology of ASEAN Literature Vol. II and III (Tamil Fiction) in 1988. He has also served on the editorial committee of Nadi, the Tamil language publication of the Majlis Ugama Islam Singapura (MUIS), since 2004. Sali’s numerous literary awards include: Kannan Magazine (Tamil Nadu) Children’s Novel Prize (1959), Chennai Children’s Writers Association’s Award (1962), Best Tamil Novel Award from the Tamil Nadu Government (1978), Best Children’s Book Prize (1995), and the National Book Development Council of Singapore Book Award for Tamil Fiction (1996) for Fasting, a collection of 22 short stories. More recently he was received the Thamizhavel Award (2001) from the Association of Singapore Tamil Writers, the Kavimalai Award (2005) from the Kavimalai Poets Association (Singapore), and the Seera Award (2008) from the Chennai Kamban Kazhagam. In 2008 he was shortlisted for the Singapore Literary Award for his work Aayul Thandanai. In 2012, he received the Cultural Medallion for his contributions to literature. Among his recent republished work are: Alaigal Pesugindrana (The Sound of the Waves [1975, 3rd ed. 2006]) in which Sali explores the themes of love, respect, guilt and sacrifice through a main character caught between lives split between Singapore and his native home in India; and Birds of a Feather (2009), which is a collection of 21 short stories written between 1955 and 1961 featuring characters from school settings. In addition to English translations, some of his short stories have also been translated into Hindi, Urdu, and Sinhalese. Mr Sali has conducted several Tamil short story writing workshops at various organisations including the National Book Development Council of Singapore (1987), the National Arts Council and the National Institute of Education (1997). He has also been invited to speak at universities in Tamil Nadu, India, including Bharathithasan University in Trichy and the Government College in Kumbakonam. His works have been prescribed as textbooks in colleges and universities, including the University of Madras and Queen Mary’s College, Chennai. Today, in addition to writing, Mr Sali does Tamil language translation for the National Archives and the National Heritage Board. His translation works include Mr Lee Kuan Yew’s A Battle For Malaysian Malaysia (1965).

 

นักเขียนซีไรต์ประเทศสิงคโปร์

จามัลจุดดีน โมฮัมเมด ซอลี

จามัลจุดดีน โมฮัมเมด ซอลี เป็นนักเขียนมือรางวัลจากงานเขียนที่หลากหลาย คือ นักเขียนนวนิยาย เรื่องสั้น หนังสือสำหรับเด็ก บทละครวิทยุ และงานแปล เขาเริ่มงานเขียนตั้งแต่ ค.ศ. 1955 และตีพิมพ์หนังสือมาแล้ว 57 เล่ม เจ. เอ็ม. ซอลี เกิดเมื่อ ค.ศ. 1939 และเข้ามาอยู่สิงคโปร์ ใน ค.ศ. 1964 เขาเริ่มงานเขียนตั้งแต่ยังอยู่ในวัยรุ่น เขารักอาชีพบรรณธิการงานวรรณกรรมและงานหนังสือพิมพ์ เขาใช้เวลากว่า 20 ปี เป็นบรรณาธิการงานพิมพ์ภาษาทมิฬ ซึ่งรวมทั้ง ทมิฬ มุราสุ ในสิงคโปร์ และ อนันทา วิกาตัน รายสัปดาห์ และนิตยสาร Mayan Youth ที่นครเจนไน ใน ค.ศ. 1983 เขาทำงานให้บริษัท Singapore Broadcasting Corporation ในตำแหน่งผู้รายงานข่าว และบรรณาธิการข่าว และทำงานนี้มากว่า 30 ปี นอกจากนี้เขายังเป็นบรรณาธิการในแผนกภาษาทมิฬของวารสารทางวรรณกรรม ชื่อ Singa จาก ค.ศ. 1987 – 1989 และเป็นหนึ่งในคณะบรรณาธิการจัดทำหนังสือรวมผลงานวรรณกรรมอาเซียน เล่ม 2 และ 3 (เรื่องแต่งในภาษาทมิฬ) ใน ค.ศ. 1988 เขาทำงานในคณะบรรณาธิการของ Nadi สิ่งพิมพ์ภาษาทมิฬของ Majlis Ugama Islam Singapura (MUIS) ตั้งแต่ ค.ศ. 2004 รางวัลวรรณกรรมจำนวนมากของ ซอลี รวมถึงผลงาน Kannan Magazine (ในรัฐทมิฬนาทุของอินเดีย) รางวัลนวนิยายสำหรับเด็ก (ค.ศ. 1959) รางวัลสมาคมนักเขียนเรื่องสำหรับเด็กแห่งเจนไน (ค.ศ. 1967) รางวัลหนังสือเด็กยอดเยี่ยม (ค.ศ. 1995) รางวัลสถาบันพัฒนาหนังสือแห่งชาติสิงคโปร์แก่เรื่องแต่งในบทบาททมิฬ (ค.ศ. 1996) ได้แก่เรื่อง Fasting ซึ่งเป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น 22 เรื่อง เมื่อเร็วๆนี้ เจ. เอ็ม. ซอลี ได้รับรางวัล Thamizhavel Award ใน ค.ศ. 2001 จากสมาคม Kavimalai Poets Association แห่งสิงคโปร์ และรางวัล Seera Award (ค.ศ. 2008) จาก Chennai Kamban Kazhagam ใน ค.ศ. 2008 ผลงานเรื่อง Aayul Thandanai ได้เข้ารอบสุดท้ายในการชิงรางวัล Singapore Literary Award ใน ค.ศ. 2012 เขาได้รับเหรียญวัฒนธรรมจากการมีผลงานมากทางวรรณกรรม ในบรรดาผลงานล่าสุด เรื่อง Alaigal Pesugindrana (เสียงคลื่น ค.ศ. 1975 พิมพ์ครั้งที่ 3 ค.ศ. 2006) ซึ่งซอลีได้รวมแนวคิดเกี่ยวกับความรักความนัยคือ ความสำนักผิดและความเสียสละของตัวละครเอก ซึ่งต้องเลือกระหว่างสิงคโปร์กับถิ่นกำเนิดในอินเดีย และเรื่อง Birds of a Feather (นกพันธุ์เดียวกัน 2009) ซึ่งเป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่เขาเขียนระหว่าง ค.ศ. 1955 ถึง 1961 มีตัวละครจากฉากในโรงเรียน นอกจากผลงานของเขาจะแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้ว เรื่องสั้นบางเรื่องของเขายังได้รับการแปลเป็นภาษาฮินดี อูรดู และสิงหล ซอลีจัดประชุมปฏิบัติการเรื่องสั้นให้องค์การต่างๆ รวมทั้งสถาบันพัฒนาหนังสือแห่งชาติของประเทศสิงคโปร์ (ค.ศ. 1987) สถาบันอักษรศาตร์แห่งชชาติ และสถาบันการศึกษาแห่งชาติ (ค.ศ. 1997) เขาได้รับเชิญไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยต่างๆในรัฐทามิล นาทุ ประเทศอินเดีย รวมทั้งมหาวิทยาลัยภารตีสถาน ในเมืองตริชี และวิทยาลัยแห่งรัฐ ที่เมืองกุมภโกนัม ผลงานของเขาใช้เป็นตำราเรียนในวิทยาลัยและมหาวทยาลัย รวมทั้งมหาวิทยาลัยมัทราส และวิทยาลัยควีนแมรี่ ที่เมืองเจนไน ปัจจุบัน นอกจากงานเขียนแล้ว ซิลียังแปลงานเป็นภาษาทมิฬให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติและคณะกรรมการมรดกแห่งชาติ งานแปลของเขารวมถึงเรื่อง A Battle For Malaysian Malaysia (การต่อสู้เพื่อประเทศมาเลเซียของชาวมาเลเซียน ค.ศ. 1965) ของอดีตประธานาธิบดีลีกวนยู

 

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ จามัลจุดดีน โมฮัมเมด ซอลี

Click Here to read Jamaludeen Mohamed Sali speech

**********************************************

2015 S.E.A. WRITE AWARDEE

2015 Thai

2015 Thai S.E.A. Write Awardee

VEERAPORN NITIPRAPHA

Veeraporn Nitiprapha has long been a staple of the local literary circle and magazine industry. Born in 1959 in Bangkok, she started writing poetry and short stories at the age of 17. When she was 25, Nitiprapha took a break to pursue other interests. She landed a job in the advertising industry and enjoyed different roles from being a copywriter, art director, columnist and fashion stylist to magazine editor. At the same time, she also designed jewelry and landscapes, as well as coordinating for a UK-based music video production company. Thanks to her diverse interests and all-round cultural experience, 20 years later, Nitiprapha made a stunning comeback with Blind Earthworm in a Labyrinth, which earned her critical acclaim and a number of accolades.

 

นักเขียนซีไรต์ประเทศไทย

วีรพร นิติประภา

วีรพร นิติประภา คลุกคลีอยู่กับการอ่านการเขียนและแวดวงนิตยสารมายาวนาน เธอเกิดในปี 2505 ที่กรุงเทพฯ เริ่มงานเขียนตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี โดยเขียนงานประเภทบทกวีและเรื่องสั้น แต่เมื่ออายุได้ 25 ปี เธอพักงานเขียนเพื่อไปทำงานอื่น อาทิ เช่น การทำงานโฆษณาในหลายตำแหน่ง เช่น นักเขียนคำโฆษณา ผู้กำกับศิลป์ รวมทั้งเป็นคอลัมนิสต์ แฟชั่นสไตลิสต์ และบรรณาธิการให้กับนิตยสารหลายฉบับ ทั้งยังทำงานออกแบบเครื่องประดับและภูมิทัศน์ รวมทั้งการติดต่อประสานงานกับบริษัททำมิวสิกวิดีโอในสหราชอาณาจักรด้วย การทำงานที่หลากหลายทำให้เธอมีประสบการณ์กว้างขวางรอบด้าน โดยเฉพาะในด้านวัฒนธรรม ดังนั้น เมื่อหวนคืนสู่การเขียนนิยายอีกครั้งใน 20 ปีถัดมา ‘ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต’ ของเธอจึงสั่นสะเทือนวงการวรรณกรรมไทยเป็นที่กล่าวขวัญถึง และได้รับรางวัลมากมาย  

 

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ วีรพร นิติประภา

Click Here to read Veeraporn Nitiprapha speech

**********************************************

2015 S.E.A. WRITE AWARDEE

2015 Vietnam

2015 Vietnam S.E.A. Write Awardee

TRAN MAI HANH

Date of Birth: 01/01/1943

Hometown: Hai Duong, Vietnam

 

Tran Mai Hanh has been writing journal articles and composing literature works for half a century (1965- 2015) since graduating from Faculty of Vietnamese Studies and Vietnamese Language – Vietnam National University, Hanoi. A former war reporter of Vietnam News Agency (VNA), he participated in the historic Ho Chi Minh campaign, witnessed and wrote the first narrative of Vietnamese press about the historic moments at noon April 30, 1975 at Saigon Administration Presidential Palace. He was former Director General of Radio the Voice of Vietnam (VOV), former Vice President – Secretary General of Vietnam Journalists Association (VJA), former member of Director Board of Federation of ASEAN Journalists (CAJ). The writer had many highly acclaimed literary and journalistic writings published in newspapers and magazines. Five of his books and novels have been published, among which is “War Minute April, 1975″. The book was published by the National Political Publishing House-The Truth and won Literature Award 2014 from Vietnam Writers Association.

 

นักเขียนซีไรต์ประเทศเวียดนาม

ตรัน ไม ฮัน

ตรัน ไม ฮัน เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1943 ที่เมืองไฮดอง ประเทศเวียดนาม ตรัน ไม ฮัน เขียนบทความลงวารสารและเขียนงานวรรณกรรมมาครึ่งศตวรรษ (ค.ศ. 1965 – 2015) ตั้งแต่เขาจบจากคณะเวียดนามศึกษาและภาษาเวียดนาม ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติเวียดนาม กรุงฮานอย ขณะเป็นผู้สื่อข่าวสงครามของบริษัทสื่อข่าวเวียดนาม (VNA) เขาร่วมในการรณรงค์กู้เอกราชของโฮจิมินห์ ร่วมเป็นประจักษ์พยานและเขียนรายงานข่าวเวียดนามในนาทีประวัติศาสตร์เวลาเที่ยงวันของวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1975 ที่ทำเนียบประธานาธิบดี ซึ่งบริหารงานที่นครไซ่ง่อน เขาเคยเป็นผู้อำนวยการใหญ่ของวิทยุ “เสียงแห่งเวียดนาม” (VOV) เคยเป็นรองประธาน เลขาธิการของสมาคมหนังสือพิมพ์เวียดนาม (VJA) และเคยเป็นกรรมการในคณะกรรมการอำนวยการแห่งนักข่าวอาเซียน (CAJ) เขาเป็นนักเขียนที่ได้รับยกย่องสูงในด้านวรรณกรรมและการเขียนข่าวหนังสือพิมพ์และนิตยสาร หนังสือนวนิยายของเขา 5 เล่ม ได้รับการตีพิมพ์ หนึ่งในนั้นคือเรื่อง “War Minute April, 1975″ สำนักพิมพ์ National Political Publishing House – The Truth เป็นผู้จัดพิมพ์ และเล่มนี้ได้รับรางวัลวรรณกรรม ค.ศ. 2014 จากสมาคมนักเขียนเวียดนาม

 

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ ตรัน ไม ฮัน

Click Here to read Tran Mai Hanh speech

*******************************************************************************************************************

2014  S.E.A. WRITE AWARDEE

HAJI MOHD YUSUF BIN HAJI MOHD DAUD

2014 Brunei S.E.A. Write Awardee

HAJI MOHD YUSUF BIN HAJI MOHD DAUD

 

Yusuf M.D. is the pen name of Haji Mohd. Yusuf bin Haji Mohd. Daud. He was born in May 1938, in Kampung Sungai Taman, Bangar Temburong. Yusuf M.D. is a poet, and also a writer. He has been active in writing since his school days. He has written a number of individual poems and anthology of poems. He is active in literary activities, and a prominent figure in the local poetry community. His profession as a teacher has made him a sharp-eyed poet, who knows the vision and the ups and downs of the Malays in Brunei Darussalam. The Burung Perutusan is his first anthology. It was published by the Language and Literature Bureau in 1990.

 

นักเขียนซีไรต์ประเทศบรูไน ฮะจิ มูฮัมหมัด ยูซูฟ บิน ฮะจิ มูฮัมหมัด ดาวุด

ยูซูฟ เอ็ม ดี คือนามปากกา ของ ฮะจิ มูฮัมหมัด ยูซูฟ บิน เขาเกิดเมื่อเดือนพฤษภาคม พ ศ 2481 ที่เมืองกำปง สุไหง ตามาน บังการ์ เทบูรอง ยูซูฟ เอ็ม ดี เป็นนักบทกวีและนักเขียน เขามักเข้าร่วมกิจกรรมด้านการเขียนมาตลอดช่วงเวลาที่ศึกษาอยู่ เขามีผลงานการประพันธ์บทกวีเดี่ยวๆ และบทกวีที่รวบรวมเป็นชุดมากมาย ยูซูฟ เอ็ม ดี นับเป็นผู้นำในกิจกรรมทางวรรณศิลป์และเป็นบุคคลสำคัญของสังคมกวีนิพนธ์ของประเทศ ด้วยอาชีพครู ทำให้บทกลอนของเขาเฉียบคม สะท้อนถึงวิสัยทัศน์มุมมองหลายๆ ด้านของชาวมาเลย์ในประเทศบรูไน ดารุซซลัม ชุดรวมบทกวีแรกของเขาชื่อ “บุรอง เพรูตูซาน” ตีพิมพ์โดย สำนักงานภาษาและวรรณคดีในปี พ.. 2533

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ ฮะจิ มูฮัมหมัด ยูซูฟ บิน ฮะจิ มูฮัมหมัด ดาวุด

Click Here to read Haji Mohd Yusuf bin Haji Mohd Daud speech

**********************************************

2014  S.E.A. WRITE AWARDEE

VAR SAM ATH

2014 Cambodia S.E.A. Write Awardee

VAR SAM ATH   

Born in 1956 in Baphnom District, Prey Veng Province, of Cambodia, Mr. Var Sam Ath   Graduated in 1975 (Now High School equivalent) at Keo Sang Kem High School, Phnom Penh City. At the same year, he was evacuated to the rural area for labor by the Khmer Rouge Regime until 1979. In 1981, he joined the military service at the Fourth Regional Military

 

Command, Siem Reap. And in 1989 and was transferred to work at the Ministry of National Defense. In his military field, he has been trained on novel skills for six months in 1987. He was awarded a Gold Medal from the Ministry of Culture and Fine Arts in 1999 for his novel “The Song from the Countryside”. In 1990, he was awarded another Bronze Medal for his screenplay “Oh My Sweetheart”. In 2007, he received the First Mekong River Literature Awards in Hanoi, Vietnam. Currently, he is the First Vice President of the Khmer Writer’s Association as well as a Professor of novel writing. In addition, Mr. Var Sam Ath is a member of The Censure Committee, helping to oversee the production of several videos and movies in Cambodia. 

 

นักเขียนซีไรต์ประเทศกัมพูชา วา ซอม อาท

เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2499 อำเภอบาพนมจังหวัดแพร่เวียง ประเทศกัมพูชา วา ซอม อาท สำเร็จการศึกษาเทียบเท่ามัธยมศึกษาตอนปลายในปี 2518 จากโรงเรียนมัธยมศึกษาเขียวแสงเข็ม กรุงพนมเปญ  ในปีเดียวกันเขาโดนกลุ่มเขมรแดงโยกย้ายไปใช้แรงงานอยู่แถบชนบทจนกระทั่งถึงปี พ ศ 2522 หลังจากนั้นในปี พ ศ 2524 เขาได้เข้ารับราชการทหารของหน่วย Fourth Regional Military โดยมีฐานบัญชาการอยู่ที่เมืองเสียมเรียบ ในปี พ ศ 2532 ได้รับการโอนตัวไปยังกระทรวงกลาโหม ในช่วงปี พ ศ 2530 ที่เขารับราชการทหารอยู่นั้น  วา ซอม อาท ได้ฝึกฝนทักษะด้านการเขียน นวนิยายอยู่กว่าหกเดือน ต่อมาในปี พ ศ 2533 เขาได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากบทละครชื่อ “Oh My Sweetheart”(สุดที่รักของฉัน) และในปีพ ศ 2542 เขาได้รับรางวัลเหรียญทองจากกระทรวงศิลปะและวัฒนธรรม จากนวนิยายเรื่อง “The Song from the Countryside” (เสียงเพลงจากชนบท)

ในปี พ ศ 2550 เขาได้รับรางวัลแรก จากสมาคมวรรณคดีของกลุ่มแม่น้ำโขงที่เมือง ฮานอย ประเทศเวียดนาม ขณะนี้เขาเป็นคนแรกที่ดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานของสมาคมนักเขียนของกัมพูชา รวมทั้งยังเป็นอาจารย์สอนทางด้านการเขียนนวนิยายนอกจากนี้ วา สัม อัด ยังเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ช่วยในการตรวจสอบและควบคุมการผลิตและการสร้างวิดิทัศน์ และ ภาพยนตร์ในประเทศกัมพูชาด้วย

 คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ วา ซอม อาท

Click Here to read Var Sam Ath speech

**********************************************

2014  S.E.A. WRITE AWARDEE

JOKO PINURBO

2014 Indonesia S.E.A. Write Awardee

JOKO PINURBO

Joko Pinurbo was born on May 11, 1962 at Pelabuhan Ratu, Sukabumi, West Java. He currently lives in Yogyakarta. After completing his high school at SMA Seminari Mertoyudan, Magelang in 1981, he continued his study in the Indonesian Language and Literature Program at IKIP Sanata Dharma, Yogyakarta and there he was graduated in 1987. Afterwards he worked as a lecturer at his alma mater while working for the Basis magazine. In addition, he also worked in the Gramedia Publishing Group.

 

Joko Pinurbo has often been invited to deliver his poems at various literature forums and festivals, both nationally and internationally. Among others, he attended Winternachten Overzee 2001, an international poem festival, which was held in Jakarta; the International Winternachten Literary Festival 2002 in Netherland; the Indonesian Poet Forum 2002 at Hamburg University, Germany; the Indonesian International Poem Festival 2002 in Solo; the Ubud Writer Festival 2004 and 2005; the Utan Kayu International Literary Biennale 2007 in Jakarta; the Salihara Literary Biennale 2011 and 2013 in Jakarta; the Makassar International Writer Festival 2013, and last but not least the ASEAN Literary Festival 2014 in Jakarta.

 

The poet which is well known as Jokpin started to write poems in the late 1970s. In his works, he merges narratives with irony and self-reflection. He creates a mixture of reality and dream. Comical elements have always been found in his poems. Religious impressions are presented along with social comments. He prefers to employ and cultivate images which refer to ordinary objects which are usually found in daily life, such as trousers, sarongs, hand phones, or bathrooms. Daily matters, ranging fromproper behavior to taboos (based on society conventions), are discussed, refined, and represented into beautiful and readable works. Jokpin is consequently recognized for his tragic humor with strong intensity and consistency. He also has great influence on poetry in modern Indonesian literature. The acknowledgment of his presence in the Indonesian poet society indicates a great reformation in the country’s poetic tradition. Not least it shows his willingness to apply a different method from poets of former times, such as Sutardji Calzoum Bachri and Afrizal Malna.

 

As a great appreciation of his works, Joko Pinurbo has received many awards. In 2001 his poem anthology Celana (1999) was awarded Hadiah Sastra Lontar (Lontar Literary Award). This anthology was then published in English under the title Trouser Doll (2002). His poem “Celana 1, 2, 3” (“Trousers 1, 2, 3”) had won the Sih Award (an award from a poet journal for the best poem) in 2001. Jokpin’s anthology Di Bawah Kibaran Sarung (Under Sarong’s Flap) (2001) was awarded Penghargaan Dewan Kesenian Jakarta (Jakarta Arts Council Award) (2001) and Penghargaan Sastra Pusat Bahasa (National Language Centre Award) (2002). For his poems Celana and Di Bawah Kibaran Sarung Jokpin was honored as the Literary Figure of Tempo 2001. In 2005 he accepted the Khatulistiwa Literary Award for his poem anthology Kekasihku (My Darling) from 2004. Another poem anthology entitled Tahilalat (mole) (2012) was chosen as Selected Literary Work of Tempo (2012). His poem anthology Baju Bulan (the Moon’s Clothes) (2013) had won the Penghargaan Sastra Badan Bahasa (National Language Board Award) (2014) as well as the South East Asia (SEA) Write Award (2014).

In addition to the awarded works, Jokpin’s poem anthologies which are also interesting are Pacarkecilku (My little darling) (2002), Telepon Genggam (Hand phones) (2003), Kepada Cium (Ode to Kisses) (2007), Surat Kopi (Coffee Letter) (2014) and Bulu Matamu: Padang Ilalang (Your Eyelashes: the Meadow) (2014).

นักเขียนซีไรต์ประเทศอินโดนีเซีย

โจโก ปินร์โบ

โจโก ปินร์โบ เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 ที่เปลาบูฮันระตู เมืองสุกะบูมี ในชวาตะวันตก ปัจจุบันเขาอยู่ที่เมืองยอกยาการ์ตา หลังจากจบโรงเรียนมัธยมที่มาเกลัง ใน พ.ศ. 2524 เขาศึกษาต่อทางภาษาและวรรณกรรมที่ IKIP สนาตะ ธรรมะ เมืองยอกยาการ์ตา จบการศึกษา พ.ศ. 2530 และเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่นี่ขณะทำงานให้แก่นิตยสาร Basisและยังทำงานให้สำนักพิมพ์เครือแกรมีเดียด้วย

 

โจโก ปินร์โบ มักได้รับเชิญไปอ่านบทกวีของเขาที่งานเวทีกวีและงานมหกรรมวรรณกรรมต่างๆ ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เช่น งานมหกรรมกวีนิพนธ์นานาชาติ พ.ศ. 2544 ที่กรุงจาร์กาตา งานชื่อเดียวกันที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ พ.ศ. 2545 งานเวทีกวีอินโดนีเซีย พ.ศ. 2545 ที่มหาวิทยาลัยฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี งานมหกรรมวรรณกรรมอาเซียน พ.ศ. 2557 ที่กรุงจาร์กาตา

 

โจโก ปินร์โบ เป็นที่รู้จักในชื่อ จอกปิน เริ่มงานกวีนิพนธ์ในช่วงทศวรรษ 2513 เขาผสมผสานเรื่องเล่าเข้ากับการเสียดสีและการสะท้อนตัวตนของเขาเอง เขาสร้างสรรค์การผสมผสานระหว่างความจริงกับความฝัน บทกวีของเขาสอดแทรกเรื่องขบขัน เขาเสนอความคิดเรื่องศาสนาไปพร้อมกับคำวิจารณ์สังคม เขาชอบนำเสนอภาพด้วยสิ่งของธรรมดาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น กางเกง โสร่ง โทรศัพท์มือถือ ห้องน้ำ นำเสนอเรื่องปกติธรรมดาไปจนถึงเรื่องต้องห้าม ซึ่งนำมาถกเถียงและขัดเกลาจนเป็นงานที่งดงามน่าอ่าน จอกปินชอบใช้อารมณ์ขันแกมเศร้าที่เข้มข้นและคงเส้นคงวา เขามีอิทธิพลต่อกวีนิพนธ์ในวรรณกรรมอินโดนีเซียสมัยใหม่ โดยใช้วิธีการที่แตกต่างไปจากกวีสมัยเก่า

โจโก ปินร์โบ ได้รับรางวัลวรรณกรรมจำนวนมาก เช่น ใน พ.ศ. 2544 กวีนิพนธ์รวมเล่ม ชื่อ เจลานา ได้รับรางวัลวรรณกรรมลอนตาร์และได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษชื่อ Trouser Doll ใน พ.ศ. 2545 หนังสือรวมบทกวีชื่อ เกกะสิห์กู (ยอดรัก)ได้รับรางวัลวรรณกรรม Khatulistiwaใน พ.ศ. 2548 รวมบทกวีชื่อบาจูบุลัน (เสื้อพระจันทร์) ได้รับรางวัล National Language Board ใน พ.ศ. 2557

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ โจโก ปินร์โบ

Click Here to read Joko Pinurbo speech

**********************************************

2014  S.E.A. WRITE AWARDEE

SOMSOUK SOUKSAVATH

2014 Laos S.E.A. Write Awardee

SOMSOUK SOUKSAVATH

Somsouk Souksavath, a pen name called Dokxone Donekhong. He has not been only to grow himself to be a writer and poet but he’s also improved to be a journalist as well since 1980. His writing talent was begun when he did his study in secondary school. His poets and reportages were continuously exposed at the school information board during 1964-69

In 1973, his first short story was sent for contest in Phaynam magazine which was owned by Maha Sila Viravong family and received the second award. Then in the years of 80, many short stories were sent for contests in some government agencies. He considered these contests mentioned are his training fields for writing. Many best awards were obtained; especially the Mekong River Literature Award in 2010.

Short stories and poems are his writing skills. Main contents of his literacy works are critical, creative, and attentive on how to reduce the weak points, in particular, he’d like to write on how to make the society progress, way of life, fairness, humanism and the protection of nature and environment

 

นักเขียนซีไรต์ประเทศลาว สมสุก สุกสวัด

สมสุก สุกสวัด มีนามปากกาว่า ดอกโชน โดนของ เขาไม่เพียงแต่สร้างตนเองเป็นนักเขียนและกวี แต่พัฒนาเป็นนักหนังสือพิมพ์ไปด้วยตั้งแต่ พ.ศ. 2523 ความถนัดในงานเขียนเริ่มตั้งแต่ชั้นมัธยม ผลงานด้านกวีนิพนธ์และผู้สื่อข่าวปรากฏอย่างต่อเนื่องบนแผงข่าวของโรงเรียนระหว่าง พ.ศ. 2507 – 2512 เมื่อ พ.ศ. 2516 เขาส่งเรื่องสั้นเรื่องแรกเข้าประกวดในนิตยสารฝายน้ำ ซึ่งตระกูลมหาสีลาวีระวงเป็นเจ้าของและได้รับรางวัลที่ 2 ในทศวรรษ 2520  เขาส่งเรื่องสั้นเข้าประกวดในหน่วยงานของรัฐบาลหลายแห่ง เขาถือว่าการประกวดดังกล่าวเป็นการฝึกการเขียน เขาได้รับรางวัลยอดเยี่ยมหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรางวัลวรรณกรรม Mekong River Literature Award ใน พ.ศ. 2553

สมสุกชำนาญการเขียนเรื่องสั้นและกวีนิพนธ์ เนื้อหาหลักในงานวรรณกรรมของเขาคือ วิจารณ์ สร้างสรรค์ และสนใจการลดจุดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาชอบเขียนถึงวิธีส้รางความเจริญให้สังคม วิถีชีวิต ความยุติธรรม มนุษยนิยม และการพิทักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ สมสุก สุกสวัด

Click Here to read Somsouk Souksavath speech

 **********************************************

2014  S.E.A. WRITE AWARDEE

MD. ISMAIL ZAMZAM

2014 Malaysia S.E.A. Write Awardee

MD. ISMAIL ZAMZAM

Poet Zam  Ismail, whose real name is Md. Jamjam @ Zamzam Ismail was born on May 19, 1943 in Kampung Parit Rasipan, Batu Pahat, Johor. Zam Ismail received his early education at Sekolah Melayu Shortcut Pudding, Batu Pahat, Johor. He then went to the School of Dato’ Abdul Razak (SDAR), in Tanjung Malim, Perak. After completing his schooling, Zam taking  teaching courses at the Teachers Training School Extension, Johor Bahru, Johor, from 1963 to 1965. He then went to the University of Malaya and obtained a Master’s degree in Malay Studies in 1971 Md. Zamzam Ismail further pursue studies at the University of Northern Iowa, USA to earn a Master of Education (M. Ed). Md. Zamzam Ismail served as a teacher from 1962 to 1979, the principal from 1980 to 1986, Assistant Director in the School, Ministry of Education from 1988 to 1989, before leaving for Indonesia for the position of Director of the Malaysian Students Department in Indonesia started 1990 to 1993. Upon returning to Malaysia in 1993, he was appointed as Head of Sector in Educational Technology Division, Ministry of Education until 1996 when he retired from his career with the government. Md. Zamzam Ismail was appointed Head of the Literary and Historical Heritage Development in Johor Heritage Foundation.

 

นักเขียนซีไรต์ประเทศมาเลเซีย มุฮัมมัด อิสมาอัล ซัมซัม

มุฮัมมัด อิสมาอัล ซัมซัม มีนามปากกาว่า ซัม อิสมาอัล เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2486 ที่กัมปง ปะริต ระซิปัน เมืองบาตู ปาหัต รัฐยะโฮร์ เขาได้รับการศึกษาเบื้องต้นที่โรงเรียน Melayu Shortcut Puddingในเมืองบาตู ปาหัต และไปศึกษาต่อที่สะโกลาห์ ดาโต๊ะ อับดุล ราซัก (SDAR) ที่เมืองตันจุง มาลิม รัฐเประ เมื่อจบชั้นมัธยมก็ไปเรียนการสอนที่ Teachers Training School Extension ที่ยะโฮร์ บาห์รู เมืองหลวงของรัฐยะโฮร์ ระหว่าง พ.ศ. 2506 – 2508 เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยมลายา และได้รับปริญญาโทด้านมาเลย์ศึกษา ใน พ.ศ. 2514 ซัมซัม อิสมาอัล ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น ไอโอวา สหรัฐอเมริกา ได้รับปริญญาโทด้านศึกษาศาสตร์ กลับมาเป็นอาจารย์จนถึง พ.ศ. 2522 เป็นอาจารย์ใหญ่ระหว่าง พ.ศ. 2523 – 2529 แล้วจึงไปดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียน สังกัดกระทรวงศึกษาธิการจาก พ.ศ. 2531 – 2532 ก่อนไปอยู่ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการภาควิชามาเลย์ศึกษาในอินโดนีเซีย ระหว่าง พ.ศ. 2533 – 2536 เมื่อกลับประเทศมาเลเซียใน พ.ศ. 2536 เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าหน่วยงานด้านเทคโนโลยีการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ จนถึง พ.ศ. 2539 จึงเกษียณอายุราชการ และได้รับแต่งตั้งเป็นประธานการส่งเสริมมรดกด้านวรรณกรรมและประวัติศาสตร์แห่งมูลนิธิ Johor Heritage

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ มุฮัมมัด อิสมาอัล ซัมซัม

Click Here to read Md. Ismail ZamZam speech

**********************************************

2014  S.E.A. WRITE AWARDEE

DAW KHIN THAN

2014 Myanmar S.E.A. Write Awardee

DAW KHIN THAN

My name is Daw Khin Than and my pen name is Kyu Kyu Thin. I’m the eldest daughter of U Sein Maung and Daw Khin Yi and have three younger brothers. Born in Wakema; a town in Ayeyarwaddy Delta Region, Myanmar on 12th March 1942.

I was matriculated from St. Francis Convent Girls’ High School and graduated as a Bachelor of Arts from Yangon University in 1964 with the combination of Burmese Language and Literature, English Composition, Philosophy and History.

Started writing poems, short stories and plays when I was in the 8th grade. One of the poems  was translated into English and Japanese in the poems collection of songs of Peace in commemoration of Hiroshima Day. Five short stories were also translated into Japanese and Russian and published in the respective countries.

Presented three papers about “The Oboe’ , “The Admirable Myanmar Poems” and “The Patriotic songs of Myanmar up to 1981” which were based on Myanmar Culture and Literature.

Have keen interest in singing Myanmar Classical Songs and 5 recorded songs were selected as samples for those who take part in the Myanmar Traditional music, songs and dances Competition held yearly throughout the nation.

Has won the National Literature Award three times for my two selected short stories and one selected plays.

At present, I’m acting as a vice-Chairman of Myanmar Writer Association and living with my family in Yangon, Myanmar.   

นักเขียนซีไรต์ประเทศพม่า ดอ ขิ่น ทัน

ดอ ขิ่น ทัน มีนามปากกาว่า จู จู ทิน เป็นพี่สาวคนโตของน้องชาย 3 คน เกิดที่เมืองวาเกมา ในวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2485   จบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนหญิงเซ็นต์ฟรานซิสคอนแวนต์ และจบปริญญาตรีด้านอักษรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยย่างกุ้ง ใน พ.ศ. 2507 ในวิชาภาษาและวรรณคดีพม่าภาษาอังกฤษ ปรัชญาและประวัติศาสตร์ เริ่มเขียนบนกวี เรื่องสั้น และบทละคร ตั้งแต่ศึกษาอยู่ระดับ 8 ในโรงเรียนมัธยม บทกวี บทหนังได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น ในหนังสือรวมบทกวีชื่อบทเพลงแห่งสันติภาพ เพื่อระลึกถึงวันที่ ฮิโรชิมา ถูกทำลายด้วยระเบิดปรมาณู เรื่องสั้น 5 เรื่องได้รับการแปลเป็นภาษา ญี่ปุ่นและภาษารัสเซีย และพิมพ์เผยแพร่ในประเทศที่แปล เธอเสนอบทความ 3 เรื่อง ได้แก่ The Oboe, The Admirable Myanmar Poems และ The Patriotic songs of Myanmar up to 1981 ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมและวรรณกรรมเมียนมา

ดอ ขิ่น ทัน สนใจขับร้องเพลงเมียนมาดั้งเดิมมาก เพลงเมียนมา 5 เพลง ได้รับคัดเลือกบันทึกเสียงไว้เป็นตัวอย่างแก่ผู้ที่สนใจงานดนตรี เพลงและการร่ายรำขนบเดิม มีการจัดการแข่งขันร้องเพลงและร่ายรำเป็นประจำทุกปี ดอ ขิ่น ทัน ได้รับรางวัลวรรณกรรมแห่งชาติ 3 ครั้ง เป็นรางวัลเรื่องสั้น 2 ครั้ง และรางวัลบทละคร 1 ครั้ง

ปัจจุบัน ดอ ขิ่น ทัน เป็นอุปนายกสมาคมนักเขียนแห่งเมียนมา และอยู่กับครอบครัวในกรุงย่างกุ้ง

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ ดอ ขิ่น ทัน

Click Here to read Daw Khin Than speech

**********************************************

2014  S.E.A. WRITE AWARDEE

JUN CRUZ REYES

2014 Philippines S.E.A. Write Awardee

JUN CRUZ REYES

Jun Cruz Reyes is a sui-generis writer, he was formerly known as the “enfant terrible” of Philippine Letters.  According to critics, Jun Cruz Reyes changed and raised the standards of writing in the Philippines by introducing and popularizing “wikang kanto” (language of the street corner/informal language) to Philippine Literature at a time when almost everyone espouses the dicta of High- Formalism, the usage of refined language in telling stories. His oeuvre have been decribed as “witty” and “satirical,” often expounding on social issues, hence earning the ire of conservative critics and hot headed bureaucrats that represent the establishment. National Artist Dr. Bienvenido Lumbera calls him a “genius” an epithet he sparingly uses, in fact, the other individual whom Dr. Lumbera called genius was Jose Rizal himself. The fore -most national hero of the Philippines.

นักเขียนซีไรต์ประเทศฟิลิปปินส์ จุน ครูซ ไรเยส

จุน ครูซ ไรเยส เป็นนักเขียนที่มีแนวการเขียนเฉพาะตน เขาเคยถูกมองว่าเป็น “เด็กนอกคอก” ของวรรณกรรมฟิลิปปินส์ ตามความเห็นของนักวิจารณ์ ไรเยสเปลี่ยนแปลงและยกระดับงานเขียนในฟิลิปปินส์ โดยนำภาษาตลาดหรือภาษาพูดมาใช้ในวรรณกรรมฟิลิปปินส์ ในขณะที่เกือบทุกคนนิยมใช้ภาษาแบบทางการและภาษาสุภาพที่ขัดเกลาแล้วในการเล่าเรื่อง งานของไรเยสได้รับการวิจารณ์ว่าคมและเสียดสี มักถกปัญหาสังคม และไม่ถูกใจนักวิจารณ์ที่หัวโบราณ ตลอดจนข้าราชการที่เป็นตัวแทนสถาบัน ดร.เบียนเวนิโด ลุมเบร่า ซึ่งเป็นศิลปินแห่งชาติเรียกไรเยสว่าอัจฉริยะ ซึ่งเขาไม่ใคร่ใช้กับใครบ่อยนัก ที่จริงแล้ว ดร.ลุมเบร่า เคยเรียกโมเซ ริซิล ว่าเป็นอัจฉริยะเพียงคนเดียวก่อนหน้านี้ ริซิลเป็นวีรบุรุษชั้นนำแห่งชาติของฟิลิปปินส์

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ จุน ครูซ ไรเยส

Click Here to read Jun Cruz Reyes speech

**********************************************

2014  S.E.A. WRITE AWARDEE

HARESH PARMANAND SHARMA

2014 Singapore S.E.A. Write Awardee

HARESH PARMANAND SHARMA

Haresh Sharma is Resident Playwright at The Necessary Stage and co-Artistic Director of the annual M1 Singapore Fringe Festival. He has written more than 100 plays to date, several of which were staged internationally, at places such as Busan, Cairo, Hungary, Melbourne, Hong Kong, Kuala Lumpur, Manila, Glasgow, London, Romania, Dublin, Delhi, Birmingham, and Tokyo. Sharma has a BA from the National University of Singapore as well as an MA in Playwriting from the University of Birmingham, which he obtained in 1994 on a Shell-NAC Scholarship. He has been awarded fellowships and grants by the British Council and the United States Information Service and was conferred the Young Artist Award in 1997. His play, Off Centre, was selected by the Ministry of Education as a Literature text for ‘N’ and ‘O’ levels, and republished by The Necessary Stage in 2006. Sharma’s importance in literary study has led to the 2007 publication of David Birch’s The Cultural Politics of Playwriting in Contemporary Singapore, a volume wholly on Sharma in the Interlogue: Studies in Singapore Literature series issued by Ethos Books. Other writers with a book-length study in this series have included Edwin Thumboo and Robert Yeo. Three of Sharma’s award-winning plays, Fundamentally Happy, Good People, and Gemuk Girls, were published in a collection called Trilogy in 2010. That same year, Global Publishing released a Mandarin translation of his selected plays under the title (哈里斯 沙玛剧作选). In 2011 and 2012, two collections of Sharma’s short plays, Shorts 1 and Shorts 2, as well as a collection called Plays for Schools was published. A collection of his plays on medical-related issues, Don’t Forget to Remember Me, will be published in November 2013. Sharma won Best Original Script at the Life! Theatre Awards for three consecutive years, from 2007 to 2009, for Fundamentally Happy, Good People, and Gemuk Girls. His play Those Who Can’t, Teach was restaged as part of the 2010 Singapore Arts Festival, with its script published by Epogram Books that year. Sharma was the first non-American to be awarded the prestigious Goldberg Master Playwright by New York University’s Tisch School of the Arts in 2011. He is also responsible for the famous “Fun Pack Song” of Singapore’s National Day Parade 2011.  

นักเขียนซีไรต์ประเทศสิงคโปร์ หเรศ ปรมนันท์ ศรมา

หเรศ ปรมนันท์ ศรมา เป็นนักเขียนบทละครซึ่งมีผลงานละครมากกว่า 100 เรื่อง บางเรื่องได้จัดแสดงบนเวทีนานาชาติ เช่น ที่กรุงไคโร เมืองเมลเบอร์น กรุงกัวลาลัมเปอร์ กรุงมนิลา เมืองกลาสโกว์ กรุงลอนดอน กรุงโตเกียว ศรมา จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ จบปริญญาโทด้านการละครจากมหาวิทยาลัย เบอร์มิงแฮม ใน พ.ศ. 2537 เขาได้รับรางวัลศิลปินหนุ่ม ใน พ.ศ. 2540 บทละครของเขาเรื่อง Off Centre ได้รับคัดเลือกเป็นบทเรียนด้านวรรณกรรมสำหรับการศึกษาระดับ เอ็น และ โอ

งานบทละครของเขาได้รับการพิมพ์เผลแพร่ในหนังสือต่างๆ เช่น The Cultural Politics of Playwriting in Contemporary Singapore งานละครที่เขาได้รับรางวัล เรื่องFundamentally Happy เรื่องGood Peopleและเรื่องGemuk Girls ได้รับการเป็น Trilogyใน พ.ศ. 2553 บทละครหลายของเขาได้รับการแปลเป็นภาษาจีนด้วย

ศรมา ได้รับรางวัลบทละครที่มีความคิดริเริ่มยอดเยี่ยม 3 ปีติดต่อกัน ระหว่าง พ.ศ. 2550 – 2552 เขาเป็นนักแต่งบทละครที่ไม่ใช่ชาวอเมริกันคนแรกที่ได้รับรางวัล Goldberg Master Playwright จากมกาวิทยาลัยนิวยอร์ก Tisch School of the Arts ใน พ.ศ. 2554

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ หเรศ ปรมนันท์ ศรมา

Click Here to read Haresh Parmanand Sharma speech

**********************************************

2014  S.E.A. WRITE AWARDEE

DAN-ARUN SAENGTHONG

2014 Thailand S.E.A. Write Awardee

DAN-ARUN SAENGTHONG

Saneh Sangsuk – pen name Dan-Arun Saengthong – was born in Phetchaburi province and graduated from Srinakarintarawirote Prasarnmit University where he studied English Literature. Along with his friends, Vimon Sainimnual, Sukon Kaesad and others, they enjoyed reading, writing and translation; ran a printing house; and published Readers’ Friend magazine. Saneh’s first pen name was Maya, but Vinai Ukrit also used the same name, so he changed it to Dan-Arun Saengthong. Saneh however published his first English-Thai translation under another pen name, Shane Charaswieng. His first short story, White Shadow, was selected by Marcel Barang for “The 20 Best Novels of Thailand” list and The Centre National du Livre selected it for translation into Spanish and English. Other short stories translated into other languages include: • The Venom – translated into English, French, Catalan, Greek, Portugal, Spanish, Italian and German; • Chao Karaked – translated into French and Italian and well received by international readers and; • Duaegdai Tai Faklung – translated into French Saneh also published Duangta Tee Sam, a long short story, and Matanusti, a novel, amongst others. In 2008, Saneh received “The Order of Arts and Letters Medal” from the French Ministry of Culture for his remarkable contributions to literature. This year his book, Venom and Other Stories, was selected as the Thailand winner of the Southeast Asian Writers Award (S.E.A. Write).

นักเขียนซีไรต์ประเทศไทย แดนอรัญ แสงทอง

แดนอรัญ แสงทอง เป็นนามปากกาของเสน่ห์ สังข์สุข เกิดที่จังหวัดเพชรบุรี จบปริญญาตรีเอกวรรณคดีอังกฤษจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร สะสมความรู้ด้านภาษาและวรรณกรรมเริ่มแรกร่วมกับเพื่อนร่วมสถาบันอย่างวิมล ไทรนิ่มนวล สุคนธ์ แคแสด ฯลฯ วนเวียนเขียน อ่าน แปล ทำสำนักพิมพ์ และเคยร่วมกันทำนิตยสาร “เพื่อนนักอ่าน” โดยมีวิมล ไทรนิ่มนวล เป็นผู้ออกทุน เริ่มงานเขียนยุคแรกในนามปากกามายา แต่ไปตรงกับนามปากกาของวินัย อุกฤษณ์ จึงเปลี่ยนนามปากกาเป็น แดนอรัญ แสงทอง ขณะงานแปลในยุคแรกในนามปากกาเพิ่มอีกนามคือ เชน จรัสเวียง

เงาสีขาว นวนิยายเรื่องแรกของเขาได้รับการคัดเลือกโดยมาร์แซล บารังส์ ให้เป็นหนึ่งในยี่สิบนวนิยายที่ดีที่สุดของไทยในหนังสือ The 20 Best Novels of Thailand เป็นวรรณกรรมไทยที่ศูนย์หนังสือแห่งชาติของฝรั่งเศส (Centre national du Livre) คัดเลือกและสนับสนุนให้ได้รับการแปลเป็นภาษาสเปนและภาษาอังกฤษในเวลาต่อมา อสรพิษ เรื่องเล่าขนาดสั้นเรื่องหนึ่งของเขาได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส คาตาลัน กรีก โปรตุเกส สเปน อิตาลี และเยอรมัน ส่วน เจ้าการะเกด นวนิยายอีกเรื่องของเขาได้รับการแปลเป็นภาษาฝรั่งเศส และอิตาลี และได้รับความชื่นชมอย่างสูงจากแวดวงวรรณกรรมของสองประเทศนั้นนวนิยาย “เดียวดายใต้ฟ้าคลั่ง” ได้รับการแปลเป็นภาษาฝรั่งเศส สำหรับงานเขียนอื่น ๆ ของเขาได้แก่ ดวงตาที่สาม (เรื่องสั้นขนาดยาว) และ มาตานุสติ (นวนิยาย) เป็นต้น

ได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์ในลำดับชั้น Chevaliér du Arts et Lettre จากกระทรวงวัฒนธรรมและการสื่อสารของสาธารณรัฐฝรั่งเศสใน พ.ศ. 2551 รวมเรื่องสั้น อสรพิษและเรื่องอื่น ๆ ได้รับการประกาศให้ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์แห่งอาเซียนซีไรต์ ของประเทศไทย ประจำปี 2557

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ แดนอรัญ แสงทอง 

Click Here to read Dan-Arun Seangthong speech

**********************************************

2014  S.E.A. WRITE AWARDEE

HO THANH CONG

2014 Vietnam S.E.A. Write Awardee Full name: HO THANH CONG Pen name: THANH THAO

Born in 1946 in Mo Duc, Quang Ngai Province. In 1969 he had finished Hanoi University and joined People Army. Then he became reporter and editor for Vietnam Radio Voice. Since the end of 1970 he moved to serve Southern Front, worked as front reporter with the rank of lieutenant for Liberation Radio Voice. He became a member of Vietnam Writers’ Association since 1977. Then He had worked at the Association of Art & Literature of Nghia Binh province. Since 1989 he lives and works in Quang Ngai province. He is a poet and journalist. Main works: 12 long Poems, 6 Collections of poems, 3 essays of critics. Awardee : – Vietnam Writers’ Association for Poem Foot signs via grass in 1979. Long Poem : Sunny Waves in 1995, National Award in the field of art and Literature of the first term in 2001, awardee by Vietnam Association of Art and Literature for the Long Poem Barefoot in 2012.  

นักเขียนซีไรต์ประเทศเวียดนาม โฮ ทัน กง

โฮ ทัน กง ใช้นามปากกา ทัน เทา เกิด พ.ศ. 2489 ที่โมดุก ในมณฑลกวางงาย เขาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮานอย ใน พ.ศ. 2512 และเข้าเป็นทหารในกองทัพประชาชน ต่อมาเป็นผู้สื่อข่าวและบรรณาธิการข่าวของ Vietnam Radio Voice เขาเข้าเป็นสมาชิกสมาคมนักเขียนเวียดนามตั้งแต่ พ.ศ. 2520 ต่อมาเขาทำงานให้สมาคมศิลปะและวรรณกรรมแห่งมณฑลเงิยบินห์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2532 เขาอยู่และทำงานที่มณฑลกวางงาย เขาเป็นทั้งกวีและนักหนังสือพิมพ์

ผลงานสำคัญของเขาคือ กวีนิพนธ์ขนาดยาว 12 เรื่อง รวมบทกวี 6 เล่ม และบทวิจารณ์ 3 เล่ม รางวัลที่ได้รับ ได้แก่ บทกวี ชื่อ Foot signs via grass จากสมาคมนักเขียนเวียดนาม พ.ศ. 2522 กวีนิพนธ์ขนาดยาว เรื่อง Sunny Waves จากสมาคมนักเขียนเวียดนาม พ.ศ. 2538 รางวัลแห่งชาติในด้านศิลปะและวรรณกรรม พ.ศ. 2544 รางวัล กวีนิพนธ์ขนาดยาวชื่อ Barefoot จากสมาคมศิลปะและวรรณกรรมแห่งเวียดนาม พ.ศ. 2555

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ โฮ ทัน กง

Click Here to read Ho Thanh Cong speech

*******************************************************************************************************************

o

2013  S.E.A. WRITE AWARDEE

HAJI  MASRI  HAJI  IDRIS

2013 Brunei S.E.A. Write Awardee

HAJI  MASRI  HAJI  IDRIS 

HAJI MASRI HAJI IDRIS (Tel. 673 8 934554) Haji Masri Haji Idris was born on 22nd October 1946 in Kampong Saba Tengah, Kampong Ayer. He started his career as a policeman with the Royal Brunei Police Force from 1964 to 1967. In 1968, he worked at the Survey Department until he retired in 2001. He has a wife and several children. He has been actively involved in writing since 1963. His literary works include stage dramas, radio dramas, short stories and poems under the pseudonym Marhaine K.S. Several of these works had been staged during the birthday celebrations of His Majesty Sultan Haji Hassanal Bolkiah, Sultan and Yang Di-Pertuan Negara Brunei Darussalam. Aside from radio and stage dramas, several of his monologues, poems and short stories were published in Bahana magazines. He won the 2013 S.E.A. Write Award for his novel “Kiambang Diperbatasan” (“The Water Lettuce at the Border”) which is rich with culture memories elements and showcasing the writer’s expertise in blending prose and poem with family issues as its axis.   นักเขียนซีไรต์ประเทศบรูไน ดารุสสลาม หะจิ มัสรี หะจิ อิดริส หะจิ มัสรี หะจิ อิดริส เกิดเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ ที่กำปง ซะบา เตงกาห์ กำปกไอแยร์ เขาเริ่มทำงานเป็นตำรวจในกรมตำรวจแห่งราชอาณาจักรบูรไนตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗ ถึง ๒๕๑๐ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๑๑ เขาทำงานในกรมสำรวจจนเกษียณใน พ.ศ. ๒๕๔๔ เขามีภริยาและบุตรหลายคน เริ่มงานเขียนอย่างจริงจังตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๖ งานวรรณกรรมของเขามีทั้งละเวที ละคนวิทยุ เรื่องสั้น และ กวีนิพนธ์ โดยใช้นามปากกาว่า มาร์เสน เค. เอส. งานละครเวทีหลายเรื่องได้แสดงในงานฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสุลต่าน หะจี หัสสะนัล โบลเกียห์ สุลต่านและยังดี-เปอร์ตวน เนการา บรูไน ดารุสสลาม และเรื่องสั้นของเขาตีพิมพ์ในวารสารบาฮานา เขาได้รับรางวัลซีไรต์ พ.ศ. ๒๕๕๖ จากนวนิยายเรื่องเกียมบัง ดิเปอร์บาตาซัน (ผักกาดน้ำที่ชายเขตแดน) ซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำด้านวัฒนธรรมและแสดงถึงความเชี่ยวชาญของผู้แต่งในการผสมกลมกลืนร้อยแก้วกับร้อยกรองโดยใช้ประเด็นเรื่องครอบครัวเป็นแกน   คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ หะจิ มัสรี หะจิ อิดริส Click Here to read Haji Masri Haji Idris speech

**********************************************

2013  S.E.A. WRITE AWARDEE

SOK CHANPHAL

2013 Cambodia S.E.A. Write Awardee

SOK CHANPHAL 

SOK CHANPHAL (E-mail: chanphalsok@yahoo.com) Born in 1984 in Kampong Cham province, Cambodia, Sok Chanphal graduated with a Bachelor degree in International Communication from Human Resource University in 2010. He had joined various workshops on creative writing conducted by well-known authors from overseas organized by such associations and NGOs as Nou Harch, Room To Read and PEN Cambodia in Phnom Penh. He also completed a script writing course at the Khmer Writers Association in 2007. In 2005, Sok Chanphal worked for an NGO, MAGNA Children at Risk. In 2006, he started his writing career as an editor for a few Khmer magazines and became editor-in-chief for Khmer Property News in 2007. He was awarded first prize at a short story competition at the Challenge of Buddhist Youth Support in 2006; and in 2009 won third prize at another short story competition at NouHarch Association. He has been working as lyricist for Hang Meas Production since 2009. His literary works comprise: “Just a Human Being” and other contemporary tales from Cambodia (3 short stories, 2013); “Gentleman’s Love” (novel, 2012); “Tale of the Lamp” (9 short stories, 2011); “Winter Love” (novel, 2010); and “Nou Hach Literary Journal” (Vol. VI 2009).

นักเขียนซีไรต์ประเทศกัมพูชา โซ้ก จันพัล

โซ้ก จันพัล เกิดเมื่อ พ.ศ. 2527 ที่จังหวัดกำปงจาม ประเทศกัมพูชา โซ้ก จันพัลได้ปริญญาตรีทางการสื่อสารนานาชาติ จากมหาวิทยาลัยทรัพยากรบุคคลใน พ.ศ. 2553 เขาเข้าร่วมการประชุมปฏิบัติการเรื่องการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ที่สอนโดยนักเขียนที่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศ และจัดขึ้นโดยสมาคมและองค์การที่ไม่ขึ้นกับรัฐบาล เช่น นูหัด Room to Road และเพ็นกัมพูชาที่พนมเปญ เขาจบการศึกษาเรื่องการเขียนเรื่องสั้นจากสมาคมนักเขียนเขมรใน พ.ศ. 2550 ใน พ.ศ. 2548 โซ้ก จันพัล ทำงานให้ NGO ชื่อ MAGNA Children at Risk ตั้งแต่ พ.ศ. 2559 เขาเริ่มงานเขียนด้วยการเป็นบรรณาธิการให้วารสารเขมรหลายฉบับ และเป็นหัวหน้าบรรณาธิการ Khmer Property News ใน พ.ศ. 2550 เขาได้รับรางวัลที่ 1 ในการประกอบการเขียนเรื่องสั้นของ The Challenge of Buddhist Youth Support เมื่อ พ.ศ. 2549 และ เมื่อ พ.ศ. 2552 เขาได้รับรางวัลที่ 3 ในการประกอบการเขียนเรื่องสั้นของสมาคมนูหัด เขาเป็นนักแต่งเพลงให้ Hang Meas Production ตั้งแต่ พ.ศ. 2552 ผลงานวรรณกรรมของเขาได้แก่ Just a Human Being นิทานร่วมสมัยจากกัมพูชา พ.ศ. 2556 นวนิยายเรื่อง Gentlemen’s love พ.ศ. 2553 และวารสารวรรณกรรมนูหัด (เล่มที่ 6, พ.ศ. 2552)   คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ โซ้ก จันพัล Click Here to read Sok Chanphal speech

**********************************************

2013  S.E.A. WRITE AWARDEE

LINDA CHRISTANTY

2013 Indonesia S.E.A. Write Awardee 

LINDA CHRISTANTY

LINDA CHRISTANTY (E-mail: lindachsirta@yahoo.com; lindachristanty@yahoo.com) Linda Christanty was born in 1970 in Bangka Island, Banka Belitung Province. She lives in Jakarta. Her writing has been recognized by various awards including the National Literary Award for a writer in Indonesia (Khatulistiwa Literary Award 2004 and 2010), award from the Language Center of the Ministry of National Education; and The Best Short Stories version by Kompas Daily (1989). She has participated in international literary events such as Melbourne Writers Festival, Australia; Man Hong Kong Writers Festival; Winternachten Writers Unlimited, Morocco; and George Town Literary Festival, Penang, Malaysia. She has also written scripts for plays on conflict, disaster and peace transformation in Aceh which was performed at World PEN Forum (PEN Japan and PEN International Forum) in Tokyo in 2008. She has published books: Kuda Terbang Maria Pinto (short stories, 2004), Dari Jawa Menuju Atjeh (essays, 2008), Rahasia Selma (short stories, 2010), Jangan Tulis Kami Teroris (essays, 2011), and Seekor Anjing Mati di Bala Murghab (short stories, 2012). Some of her short stories have been translated into German, French, Arabic, English and Thai language.

นักเขียนซีไรต์ประเทศอินโดนีเซีย ลินดา คริสตันตี

ลินดา คริสตันตี เกิดเมื่อ พ.ศ. 2513 ที่เกาะบังกา จังหวัดเบลิตุง เธออยู่ที่กรุงจาการ์ตา งานเขียนของเธอได้รับรางวัลต่างๆรวมทั้งรางวัลวรรณกรรมแห่งชาติ แก่นักเขียนในอินโดนีเซีย (รางวัลวรรณกรรมยะตุลิสติวา 2547 และ 2553) รางวัลจากศุนย์ภาษาของกระทรวงการศึกษาแห่งชาติ และรางวัลเรื่องสั้นยอดเยี่ยมของ Kompas Daily(2532) เธอเข้าร่วมงานรางวัลวรรณกรรมนานาชาติ เช่น Melbourne Writers งาน Writernachten Writers Unlimited ที่โมรอกโก และ George Town Literary Festival ที่ปีนัง มาเลเซีย นางเขียนบทละครเกี่ยวกับความขัดแย้ง ความหายนะ และความเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สันติภาพ ในอาเจะห์ ซึ่งนำไปแสดงที่ world PEN Forum (PEN Japan and PEN International Forum) ที่เกียวเมื่อ พ.ศ. 2551 หนังสือเธอที่ตีพิมพ์ได้แก่ Kuda Terbang Maria Pintp (เรื่องสั้น พ.ศ. 2553) Jangan Tulis Kami Teroris (ความเรียง พ.ศ. 2554 ) เรื่อง Seekor Anjing Mati di Bala Murghab (รวมเรื่องสั้น พ.ศ. 2555) เรื่องสั้นหลายเรื่องได้รับการแปลเป็นภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส อาหรับ อังกฤษ และ ภาษาไทย   คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ ลินดา คริสตันตี Click Here to read Linda Christanty speech

**********************************************

2013  S.E.A. WRITE AWARDEE

SOUKHEE NORASILP

2013 Laos S.E.A. Write Awardee 

SOUKHEE NORASILP

SOUKHEE NORASILP (E-mail: norasilpsoukee@gmail.com) Soukhee Norasilp (penname “Dee Done Chae, Van-Athid (Sunday) Aykhou (Teacher)” started his writing career with critical poems and short stories. His works include a short story book entitled “Dok Tod Ma Bane” (“The Flourishing of Dok Tod Ma”*) and a collection of poems called “Sad Chang Ve Kavi” (“The Poetry of the True”). His first critical poem entitled “Jeb Jay Ung Hong” (“Crazy Bullfrog Croaking”) was published in Pheuanekeo Magazine in 1970. His writings are notable for the outspoken nature of their social and political criticism. (* Dok Tod Ma is a bad-smelling flower). Soukhee won the 2013 S.E.A. Write Award for his poem “Memory of My Childhood” which depicted the livelihood of a farmer during his childhood as well as Lao tradition and custom that had been forgotten by the new generation.

นักเขียนซีไรต์ประเทศลาว สุขี นรศิลป์

สุขี นรศิลป์ (นามปากกาดีโดนใจม วันอาทิตย์ม อ้วยคู) เริ่มงานนักเขียนด้วยกวีนิพนธ์เชิงวิพากย์วิจารณ์และเรื่องสั้น ในบรรดางานของเขามีเรื่องสั้นชื่อ “ดอกตดหมาบาพ”(The Flourishing of Dok Tod Ma) และ หนังสือรวมกวีนิพนธ์ชื่อ “สัจจังเว กวี” (The Poetry of the True) บทกวีวิพากย์วิจารณ์บทแรกของเขาชื่อ “เจ็บใจอึ่งฮ้อง” (Crazy Bullfrog Croaking) ลงพิมพ์ในวารสารเพื่อนแก้วเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ งานเขียนของเขามีชื่อเสียงในแง่การวิพากย์วิจารณ์สังคมและการเมืองอย่างตรงไปตรงมา (ดอกตดหมามีกลิ่นเหม็นมาก) สุขีได้รับรางวัลซีไรต์ด้วยบทกวีมีชื่อ “Memory of My Childhood” ซึ่งให้ภาพการดำรงชีวิตของชาวนาสมัยเขายังเด็ก พร้อมด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีลาวซึ่งคนรุ่นใหม่ลืมไปแล้ว   คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ สุขี นรศิลป์ Click Here to read Soukhee Norasilp speech

**********************************************

2013  S.E.A. WRITE AWARDEE

MOHAMED GHOZALI  ABDUL RASHID

2013 Malaysia S.E.A. Write Awardee 

MOHAMED GHOZALI  ABDUL RASHID

MOHAMED GHOZALI ABDUL RASHID (E-mail: seladangvent@gmail.com) Mohamed Ghozali bin Abdul Rashid, better known as Malim Ghozali PK was born in Malim Nawar, Perak. He graduated in Malay Studies/Social Anthropology from the University of Malaya in 1973. He attended a Fellowship Programme at the Virginia Centre for the Creative Arts, USA in 1989; and the International Iowa Writing Programme. He served as an Administrative and Diplomatic Officer for 21 years before retiring optionally on 1 April 1994 to concentrate on writing and research. To date he has written three novels, three collections of short stories, three collection of poems and a research book on the Qur’an. Malim has won many literary awards and prizes, among them the Esso-Gapena Literary Prize, Berita Publications Prize, and Malaysian Literary Prize, 1984-1987. The latest is the Malaysian Premier Literary Prize 2008/2009 (“Duan”) and Malaysian Premier Literary Prize 2010/2011 (“Sepanjang Lorong Mimpiku”). Since October 2010, he served as Senior Research Fellow at the Institut Darul Ridzuan, Ipoh, Perak and also lectures on a part time basis at the Faculty of Creative Writing, ASWARA.

นักเขียนซีไรต์ประเทศมาเลเซีย โมฮัมเหม็ด คอซาลี อับดุล ราชิด

โมฮัมเหม็ด คอซาลี อับดุล ราชิด ที่รู้จักกันดีกว่าในชื่อ มาลิม คอซาลี พีเค เกิดที่มาลิม นาวาร์ ในรัฐเปรัก เขาจบสาขาวิชามาเลย์ศึกษา/มานุษยวิทยาสังคม จากมหาวิทยาลัยมาลาย เมื่อ พ.ศ. 2516 เขาเข้าร่วมในโครงการ Followship Programme ที่ Virginia Centre for the Creative Arts สหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ. 2532 และโครงการ International Iowa Writing Programme เขาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่บริหารและการทูต นานถึง 29 ปี ก่อนเลือกลาออกเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2547 เพื่อทุ่มเทเวลาในงานเขียนและวิจัย ถึงปัจจุบันเขาเขียนนวนิยาย 3 เรื่อง รวมเรื่องสั้น 3 เล่ม และรวมบทกวี 3 เล่ม และหนังสือวิจัยคัมภีร์กรุอาน มาลิมได้รับรางวัลวรรณกรรมหลายรางวัลวรรณกรรมหลายรางวัล เช่นรางวัลวรรณกรรม Esso-Gapena รางวัล Berita Publications Prize และรางวัลวรรณกรรมมาเลเซีย ระหว่าง พ.ศ. 2527 – 2530 รางวัลล่าสุดได้แก่ Malaysia Premier Literary 2008/2009 เรื่อง Duan และ Malaysia Premier Literary Prize 2010/2011 เรื่อง Sepanjang Lorong Mimpiku ตั้งแต่ตุลาคม พ.ศ. 2553 เขาเป็น Senior Rereach Fellowที่สถาบัน Darul Ridzuan เมืองอิโป รัฐเปรัก และเป็นผู้บรรยายไม่ประจำที่คณะงานเขียนส้รางสรรค์ ASWARA   คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ โมฮัมเหม็ด คอซาลี อับดุล ราชิด Click Here to read Mohamed Ghozali bin Abdul Rashid speech

**********************************************

2013  S.E.A. WRITE AWARDEE

MAUNG SEIN WIN

2013 Myanmar S.E.A. Write Awardee 

MAUNG SEIN WIN

MAUNG SEIN WIN (E-mail: writermyanmar@gmail.com) Maung Sein Win was born in 1950 in Mezaliltaing Village, Padeegone Township, Pyay District in Bago Region, Myanmar. He holds a Bachelor Degree in Mechanical Engineering. He worked as an engineer until 1988. His first poem was printed in Yoke-Shin-Aung-Lan Magazine in 1965. His poems also appeared in such magazines as: Shumawa, Thwaytauk, Moewai and Ngwetayi. He published three books on poetical works while still studying at Rangoon Institute of Technology: “Golden Fragrand Particles”, “Ten Suns, Ten Moons”, and “Footprint of Anxiety”. He became a novelist with his first novel “How Cruel Ms. Pearl Is!” in November 1983. To date Maung Sein Win has published 90 novels, and more than six short story books. Some of his poems have been reprinted up to 10 times. Many of his novels have become famous videos and films; and many poems turned into popular songs. He is in charge of Ahreindamar Magazine and is poetic editor for Golden Deer Magazine.

นักเขียนซีไรต์ประเทศพม่า หม่อง เสี่ยน วิน

หม่อง เสี่ยน วิน เกิดเมื่อ พ.ศ. 2493 ที่หมู่บ้าน เมสาลิเตียง เมืองปดีกอน เขตพยาในมณฑลพะโค ประเทศเมียนมาร์ เขาได้รับปริญญาสาขาวิศวกรรมเครื่องกล แสงวินทำงานเป็นวิศวกรรมจนถึง พ.ศ. 2531 บทกวีบทแรกของเขาได้ตีพิมพ์ในวารสารต่างๆเช่น ชุมมะวา ชเวติ๊ก โมวาย และ นเวตาจี เขาพิมพ์หนังสือรวมบทกวี 3 เล่ม ขณะยังศึกษาอยู่ที่สถาบันเทคโนโลยียันกอน ได้แก่ Golden Fragrant Particles; Ten suns, Ten moons และเรื่อง Footprint of Anxiety เขาเป็นนักเขียนนวนิยายเมื่อเขียนนวนิยายเรื่องแรกชื่อ How Cruel Ms. Pearl Is! ในเดือนพฤศจิกายน 2526 จนถึงปัจจุบัน หม่อง เสี่ยน วิน ตีพิมพ์นวนิยาย 90 เล่ม และหนังสือรวมเรื่องสั้นมากกว่า 6 เล่ม บทกวีของเขาบางบทได้ตีพิมพ์ถึง 10 ครั้ง นวนิยายหลายเล่มกลายเป็นวีดิทัศน์และภาพยนตร์ที่โด่งดัง บทกวีหลายบทของเขา

  คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ หม่อง เสี่ยน วิน Click Here to read Maung Sein Win speech

**********************************************

2013  S.E.A. WRITE AWARDEE

REBECCA T. ANONUEVO-CUNADA

2013 Philippines S.E.A. Write Awardee

REBECCA T. ANONUEVO-CUNADA

REBECCA T. ANONUEVO-CUNADA (E-mail: Rebecca.anonuevo@gmail.com; anonuevo.r@gmail.com) Rebecca T. Anonuevo-Cunada is a poet, critic, essayist, and translator. She is the author of six collections of poetry, the latest being “Isa Lang ang Pangalan” (“Only One Name” 2012). All collections have won major awards for poetry from the country’s oldest and most prestigious awards, the Don Carlos Palanca Memorial Awards for Literature, and have earned citations and nominations from the Manila Critics Circle for the National Book Awards. Rebecca has a PhD in Literature and her study on Philippine literature won the Gold Medal for Outstanding Dissertation at De La Salle University and the National Book Award for Literary Criticism from the Manila Critics Circle. Rebecca also writes children’s fiction, essays, and reviews. In 2010 she received the Gawad Balagtas from the Komisyon sa Wikang Filipino (Commission in the Filipino Language), a recognition of her steady contributions in writing, literature, and teaching Filipino. She is a professor of literature and writing, and is the current head of the Department of Filipino in Miriam College at Quezon City. She has received service awards, research awards nominations, and a major award for teaching excellence from the same institution. She gives teacher training and creative writing workshops for aspiring writers and students of the various universities and colleges in the Philippines.

นักเขียนซีไรต์ประเทศฟิลิปปินส์ รีเบคกา ที. อะโนนุเอโว

รีเบคกา ที. อะโนนุเอโว – คุนาดา เป็นกวี นักวิจารณ์ นักเขียนความเรียงและนักแปล เธอประพันธ์หนังสือรวมกวีนิพนธ์ ๖ เล่ม เล่มล่าสุด ชื่อ อิชา ลัง อัง ปันกะลัง (“เพียงชื่อเดียว” พ.ศ. ๒๕๕๕) ทุกเล่มได้รับรางวัลใหญ่สำหรับกวีนิพนธ์ “ดอน คาร์โลส ปาลังกา อนุสรณ์ทางวรรณกรรม” ซึ่งเป้นรางวัลเก่าแก่ที่สุด และมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศฟิลิปปินส์ และยังได้รับการยกย่องและเสนอชื่อโดยวงนักวิจารณ์แห่งมนิลาให้ได้รับรางวัลหนังสือแห่งชาติ รีเบคกา ได้รับปริญญาเอกทางวรรณคดี และงานศึกาวรรณกรรมฟิลิปปินส์ของเธอได้รับรางวัลเหรียญทองว่าเป็นวิทยานิพนธ์ดีเด่นแห่งมหาวิทยาลัยเดอ ลา ซาล และรางวัลหนังสือแห่งชาติด้านการวิจารณ์วรรณกรรมจากวงนักวิจารณ์แห่งมนิลา รีเบคกา เขียนวรรณกรรมสำหรับเด็ก ความเรียง และบทวิจารณ์ด้วย ในพ.ศ. ๒๕๕๓ เธอได้รับรางวัลบาลักตัส จากคณะกรรมการภาษาฟิลิปิโน เพื่อยกย่องงานเขียนอย่งสม่ำเสมอ งานวรรณกรรมและงานสอนภาษาฟิลิปิโน เธอเป็นศาสตราจารย์ สอนวรรณกรรมและการเขียน เป็นหัวหน้าภาควิชาภาษาฟิลิปิโน ที่วิทยาลัยมิเรียม เกซอนซิตี้ เธอได้รับรางวัลเซอร์วิซอวอด การเสนอชื่อรับรางวัลงานวิจัย และได้รับรางวัลใหญ่สำหรับการสอนยอดเยี่ยม จากวิทยาลัยดังกล่าวด้วย เธอจัดประชุมปฏิบัติการฝึกหัดครู และงานเขียนสร้างสรรค์ ให้ผู้ใฝ่ในจะเป็นนักเขียน และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย และวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศฟิลิปปินส์   คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ รีเบคกา ที. อะโนนุเอโว – คุนาดา Click Here to read Rebecca T. Anonuevo-Cunada speech

**********************************************

2013  S.E.A. WRITE AWARDEE

YENG PWAY NGON

2013 Singapore S.E.A. Write Awardee 

YENG PWAY NGON

YENG PWAY NGON (E-mail: yengpn@yahoo.com.sg) Mr. Yeng Pway Ngon, Chinese language poet, novelist, playwright and critic, is one of the country’s most prolific authors, having published over 25 volumes of poetry, essays, fiction, plays and literary criticism. Yeng’s work is noted for its examination of the modern human condition, and has been translatd to English, Malay and even Dutch. Mr. Yeng received the National Book Development Council of Singapore’s Book Award in 1988 and the Singapore Literature Prize in 2004, 2008 and 2012. In 2003, Mr. Yeng received the Cultural Medallion for his contributions to literature in Singapore. He won the 2013 S.E.A. Award for his novel “Art Studio”, a 240,000-word novel spanning 40 years of Singapore history. It depicts the experiences of a group of artists in their pursuit of art and love. The novel focuses on solitude, love and the struggle against the threat of death.

นักเขียนซีไรต์ประเทศสิงคโปร์ เยง ปเว งอน

เยง ปเว งอน เป็นกวีภาษาจีน นักแต่งนวนิยาย แต่งละคร และนักวิจารณ์ เขาเป็นนักเขียนที่มีผลงานมากที่สุดคนหนึ่งแห่งสิงคโปร์ งานของเยง มีชื่อทางด้านการสำรวจสภาพมนุษย์สมัยใหม่ ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ มาเลย์ และภาษาดัตช์ด้วย เยงได้รับรางวัล National Book Development Council of Singapore’s Book Award ใน พ.ศ. ๒๕๓๑ และได้รับรางวัลวรรณกรรมสิงคโปร์ใน พ.ศ. ๒๕๔๗, ๒๕๕๑ และ ๒๕๕๕ ใน พ.ศ. ๒๕๕๖ เยงได้รับเหรียญวัฒนธรรม สำหรับการสร้างผลงานวรรณกรรมในสิงคโปร์ เขาได้รับรางวัลซีไรต์ พ.ศ. ๒๕๕๖ จากนวนิยายเรื่อง Art Studio ซึ่งมีถึง ๒๔o,ooo คำ เล่าประวัติศาสตร์ ๔o ปีของประเทศสิงคโปร์ ให้ภาพประสบการณ์ของกลุ่มศิลปินที่แสดงหาศิลปะและความรัก นวนิยายนี้มุ่งไปที่ความเปล่าเปลี่ยว ความรัก และการดิ้นรนต่อสู้กับภัยแห่งความตาย   คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ เยง ปเว งอน Click Here to read Yeng Pway Ngon speech

**********************************************

2013  S.E.A. WRITE AWARDEE

2013 THAI S.E.A. WRITE AWARDEE ANGKARN CHANTHATHIP

นักเขียนซีไรต์ประเทศไทย ปี 2556 อังคาร จันทาทิพย์

อังคาร จันทาทิพย์ เกิดเมื่อ 9 กรกฎาคม 2517  ที่มัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น เริ่มเขียนบทกวีมาตั้งแต่เรียนมัธยม จบปริญญาตรีจากคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มีผลงานโดดเด่นต่อเนื่อง มีผลงานกวีนิพนธ์หลายเล่ม ได้แก่ คนรักของความเศร้า, วิมานลงแดง (รางวัลสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปี 2545), ที่ที่เรายืนอยู่ (เข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ 2550), หนทางและที่พักพิง (รางวัลสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปี 2553) และผลงานล่าสุด รวมกวีนิพนธ์ “หัวใจห้องที่ห้า” นอกจากนี้บทกวี “ความตายของสันติสุข” ได้รับรางวัลกวีนิพนธ์ยอดเยี่ยมรางวัลนายอินทร์ อวอร์ด ปี 2554  และเคยได้รับรางวัลบทกวีดีเด่นจากสมาคมภาษาและหนังสือ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปัจจุบันประจำกองบรรณาธิการนิตยสาร Mars   คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ อังคาร จันทาทิพย์ Click Here to read Angkarn Chanthathip speech

**********************************************

2013  S.E.A. WRITE AWARDEE

THAI  BA  LOI

2013 Vietnam S.E.A. Write Awardee 

THAI  BA  LOI

THAI BA LOI (Tel. 084 051 0914126827) Born in 1945, Thai Ba Loi started his literary career in 1971 while still being a soldier of the Vietnamese People’s Army during the resistance against the US aggression for national salvation. His preferred literary genres are: Short stories and novels. The theme of his works refers to the ordeal for those who suffered the fierceness of war and torment in real life. Human progress as evolution of the mind is always the purpose of literature with the desire to perfect his personality in order to deserve to be a real man. Thai Ba Loi lives and writes in Danang City, Vietnam. He won the 2013 S.E.A. Write Award for his novel: “The Mastermind/Minh Sur”.

นักเขียนซีไรต์ประเทศเวียดนาม ไท บา ลอย

ไท บา ลอย เกิดเมื่อ พ.ศ. 2588 และเริ่มเป็นนักเขียนตั้งแต่ พ.ศ. 2518 ขณะยังเป็นทหารในกองทัพประชาชนเวียดนาม ในช่วงการต่อต้านการรุกรานของสหรัฐอเมริกาเพื่อปลดปล่อยประเทศ งานเขียนที่เขาถนัดคือ เรื่องสั้น และ นวนิยาย แก่นเรื่องของงานเขียนของเขากล่าวถึง การผจญความทุกข์ยากของผู้ที่ประสบความสำเลวร้ายของสงคราม และชีวิตจริงที่พบความทุกข์ทรมาน ความก้าวหน้าของมนุษยชาติคือ วิวัฒนาการของจิตใจ ซึ่งคือจุดประสงค์หลักของวรรณกรรม มนุษยชาติคือความปราถนาที่จะสร้างความสมบูรณ์แบบของบุคลิคเพื่อให้สมกับความเป็นคน ไท บา ลอย อยู่และเขียนหนังสือที่นครดานัง เวียดนาม เขาได้รับรางวัลซีไรต์ 2556 จากนวนิยาย ชื่อ Mastermind/Minh Sur   คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ ไท บา ลอย Click Here to read Thai Ba Loi speech

*******************************************************************************************************************

o

Interviews of the South East Asia (S.E.A.) Write Awardees 2012 from Brunei and Indonesia

UNESCO has celebrated the power of books on World Book and Copyright Day on 23 April of every year since 17 years ago. On this occasion, interviews of the South East Asia (S.E.A.) Write Awardees 2012 from Brunei and Indonesia were featured to emphasize how books transmit the culture of people and their dream for a better future and also to support careers in writing and publishing. Read more

**********************************************

2012  S.E.A. WRITE AWARDEE

2012 BRUNEI S.E.A. WRITE AWARDEE PENGIRAN HAJI MAHMUD BIN PENGIRAN DAMIT

Mahmudamit is the pen name of Pengiran Haji Mahmud bin Pengiran Damit. He was born on 20th May 1942 in Kampong Labu Estet, Temburong, Brunei Darussalam. He obtained his Malay and English education locally and abroad. He was conferred Bachelor of Educations (1988) and Master of Sciences Education (1993) from University Pertanian Malaysia. Currently a Lecturer at Universiti Brunei Darussalam (UBD) since August 1988. Wrote poems and short stories. Works are published in newspapers, magazines and anthologies. He has produced two anthologies of poems namely Dwimadah Ekawadah (2008) and Sepi di Tengah Kota (2010), both published by Language and Literature Bureau. He has presented papers and talks and participated in many forums, conferences, dialogues, and workshops in Asia.   นักเขียนประเทศบูรไน เปงกิรัน ฮัจจี มะหมุด บิน เปงกิรัน ดามิต

มะหมุดดามิต เป็นนามปากกาของ เปงกิรัน ฮัจจี มะหมุด บิน เปงกิรัน ดามิต เกิดเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2485 ที่กำปงลาบูเอสเตต เต็มบุรง ประเทศบรูไนดารุสสลาม เขาได้รับการศึกษาทั้งแบบมาเลย์และแบบอังกฤษที่บูรไนและต่างประเทศ และได้รับปริญญาด้านการศึกษา ใน พ.ศ. 2531 และปริญญาโทด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์ ใน พ.ศ. 2536 จากมหาวิทยาลัยเปอร์ตาเนียน ประเทศมาเลเซีย ปัจจุบันเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยบูรไนดารุสสลาม (ยูบีดี) ตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2531 เขาเขียนกวีนิพนธ์และเรื่องสั้น ผลงานของเขาพิมพ์เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และหนังสือรวมผลงาน เขาผลิตหนังสือรวมบทกวีนิพนธ์ 2 เล่ม ได้แก่ Dwimadah Ekawadah (2551) และ Sepi di Tengah Kota (2553) ทั้งสองเล่มนี้สถาบันภาษาและวรรณกรรมเป็นผู้จัดพิมพ์ เขาเสนอบทความวิชาการและบรรยาย เข้าร่วมในเวทีอภิปรายการประชุม การสนทนา และการประชุมปฎิบัติการในภูมิภาคเอเซียเป็นประจำ

  คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ เปงกิรัน ฮัจจี มะหมุด บิน เปงกิรัน ดามิต Click Here to read PENGIRAN HAJI MAHMUD BIN PENGIRAN DAMIT’s speech

*******

2012 INDONESIA S.E.A. WRITE AWARDEE OKA RUSMINI

OKA RUSMINI lives in Denpasar, Bali. She received several national awards, including the award from the Language Center of the Ministry of National Education, The Republic of Indonesia. She has participated in national and international literary events, including Winternachten Literary Festival in The Hague and Amsterdam, Holland, and has been a guest writer at The Hamburg University, Germany. She has published books: Monolog Pohon (poems, 1997), Tarian Bumi (novel, 2000), Sagra (short stories, 2001), Kenanga (novel, 2003), Patiwangi (poems, 2003), Warna Kita (poems, 2007), Pandora (poems, 2008), Tempurung (novel, 2010) and Akar Pule (short stories, 2012) Her novel, Tarian Bumi, has been translated to German and published in Germany under the tittle “Erdentanz”.   นักเขียนเขียนซีไรต์ ประเทศอินโดนีเซีย โอกา รุสมินี โอกา รุสมินี อยู่ที่เมืองเดนปาซาร์ บาหลี เธอได้รับรางวัลระดับชาติหลายรางวัล รวมทั้งรางวัลจากศูนย์ภาษา กระทรวงศึกษาของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย เธอเคยร่วมงานมหกรรมวรรณกรรมระดับชาติและนานาชาติ ซึ่งรวมทั้งงานมหกรรมวินเตอร์นัคเตน ณ กรุงเฮก และกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศฮอลแลนด์ เธอเคยเป็นนักเขียนรับเชิญ ณ มหาวิทยาลัย ฮอมบอก ประเทศเยอรมณี หนังสือของเธอที่ตีพิมพ์เผยแพร่ได้แก่ Monolog Pohon (กวีนิพนธ์ พ.ศ. 2540) Tarian Bumi (นวนิยาย พ.ศ. 2543) Sagra (เรื่องสั้น พ.ศ. 2544) Kenanga (นวนิยาย พ.ศ. 2546) Patiwangi (กวีนิพนธ์ พ.ศ. 2546) Warna Kita (กวีนิพนธ์ พ.ศ. 2550) Pandora (กวีนิพนธ์ พ.ศ. 2551) Tempurung (นวนิยาย พ.ศ. 2553) และ Akar Pule (เรื่องสั้น พ.ศ. 2555) นวนิยายของเธอเรื่อง Tarian Bumi ได้รับการแปลเป็นภาษาเยอรมัน ชื่อว่า Erdentanz   คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ โอกา รุสมินี Click Here to read OKA RUSMINI’s speech

*******

2012 LAOS S.E.A. WRITE AWARDEE Duangxay Luangphasy

Duangxay Luangphasy was born on 15 July 1944 in Bau Thatluang, Vientaine Capital. He graduated from Hanoi High School in 1965. At the age of 16, Luangphasy served in the Military service in the Lao People’s Libration Army. 1960 was the year when Luangphasy began his literature journey. His work of Lao History was awarded from the president of the Lao PDR in 1994. One of his novels was awarded by the Mekong Literature Award in Cambodia in 2009. Recently in 2010 he has received the honorary name on National Artist. From 1960-2012, altogether he has 115 literary works printed. Luangphasy won S.E.A. Write Award 2012 by his piece on novel entitled “The Same Blood Origin” (Sai Leuad Dio Kan). The Same Blood Origin is a story of one family on the struggle for the national liberation in Laos for independence and peace for a long period of 30 years.   นักเขียนซีไรต์ประเทศลาว ดวงชัย หลวงพาสี ดวงชัย หลวงพาสี เกิดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2487 ที่โบทาดหลวง นครเวียงจันทน์ เขาจบการศึกษาระดับมัธยมจาก Hanoi High School ใน พ.ศ. 2508 เมื่ออายุ 16 ปี หลวงพาสีเข้าเป็นทหารในกองทัพปลดปล่อยประชาชนลาว และเข้าเส้นทางวรรณกรรมตั้งแต่ พ.ศ. 2503 ผลงานประวัติศาสตร์ลาวของเขาได้รับรางวัลวรรณกรรมจากประธานธิบดีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวใน พ.ศ. 2537 ผลงานทางด้านวรรณกรรมนวนิยายของเขาได้รับรางวัล Mekong Literature Award ที่ ประเทศกัมพูชาใน พ.ศ. 2552 เขาได้รับเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติในพ.ศ. 2553 ในระหว่างพ.ศ. 2503 ถึง 2555 เขาพิมพ์เผยแพร่ผลงานวรรณกรรมถึง 115 เรื่อง ดวงชัย หลวงพาสีได้รับรางวัลซีไรต์ประจำปี 2555 จากนวนิยายเรื่อง The Same Blood (สายเลือดเดียวกัน) เรื่องนี้เป็นเรื่องของครอบครัวหนึ่งที่ต่อสู้เพื่อปลดปล่อยลาวให้เป็นเอกราชและสันติภาพในช่วงเวลา 30 ปี คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ ดวงชัย หลวงพาสี Click Here to read Duangxay Luangphasy’s speech

******

2012 MALAYSIA S.E.A. WRITE AWARDEE ISMAIL KASSAN

Born in Johor Bahru on 26 September 1954, ISMAIL KASSAN or Haji Ismail bin Kassan in full, received his early education in Singapore and Johor before pursuing his studies at the National University of Malaysia (UKM) in Economics (1976-1978). His involvement in the literary field began with his first written and directed work entitled “Fajar Merah di Teluk Ketapang” in 1972. Since then, Ismail has directed more than 10 stage plays and produced more than 35 works in various genres, particularly stage dramas. Ismail is among one of the highest award-winning writers for his works of drama, such as “Pelayaran Inderaputera 2”, “Menanti Puteri Hijau”, “Gelanggang Tuk Wali”, “Jambatan Merah” and eight (8) others, including a novel which has been used as school text in Malaysia and Singapore (2007-present). He is often invited to present papers in the country and abroad, to judge various theatre competitions and handle dozens of writing workshops in addition to being a part-time lecturer in the field of theatre at several institutions of higher learning since 2004. He was the President of the Malaysian National Theatre Council and was appointed to the Advisory Panel for Istana Budaya and Kuala Lumpur City Hall.   นักเขียนซีไรต์ประเทศมาเลเซีย อิสมาอิล กัสซัน อิสมาอิล กัสซัน เกิดที่เมืองโยฮอร์ บาห์รู เมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2497 เขามีชื่อเต็มว่าฮัจจิ คิสมาอิล บิน กัสซัน เขาศึกษาเบื้องต้นที่สิงคโปร์และโยฮอร์ แล้วจึงเข้าศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ที่ National University of Malaysia (UKM) ระหว่าง พ.ศ. 2519 – 2521 เขาเริ่มเข้าสู่วงการวรรณกรรมเมื่อเขาแต่งและกำกับละครเรื่อง Fajar Merah di Teluk Ketapong ใน พ.ศ. 2515 ตั่งแต่นั้นมาเขาได้กำกับการแสดงละครเวทีมากกว่า 10 เรื่อง และสร้างผลงานวรรณกรรมหลายประเภทมากกว่า 35 เรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านละครเวที อิสมาอิล เป็นหนึ่งในบรรดานักเขียนที่ได้รับรางวัลมากที่สุด จากผลงานด้านละคร เช่นเรื่อง Pelayaran Inderaputera 2 เรื่อง Menanti Puteri Hijau เรื่อง Jambatan Merah และอีก 8 เรื่อง รวมทั้งนวนิยายหนึ่งเรื่องที่ใช้เป็นหนังสือเรียนในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2550 ถึงปัจจุบัน เขาได้รับเชิญไปเสนอบทความทางวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นกรรมการตัดสินการประกวดบทละครและจดการประชุมปฏิบัติการทางการเขียนหลายสิบครั้ง เขาเป็นผู้บรรยายรับเชิญในด้านการละครในสถาบันการศึกษาชั้นสูงหลายแห่งตั้งแต่ พ.ศ. 2547 เขาเคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมการละครแห่งชาติมาเลเซีย และได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการที่ปรึกษาของอิสตานา บูดะยา และของ Kuala Lumpur City Hall   คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ อิสมาอิล กัสซัน Click Here to read  ISMAIL KASSAN’s speech

 ******

2012 THE PHILIPPINES S.E.A. WRITE AWARDEE CHARLSON ONG ONG

I graduated from the University of the Philippines in 1981 with a degree in Psychology. I have been a writer in Residence at the National University in Singapore, visiting fellow to Japan of the Japan Foundation, PEN delegate to PEN conferences in Moscow, and Cheongju, South Korea (2012), fellow to the International Writing Program, Iowa (2002). I have published 3 collections of short fiction and three novels. My novel “Embarrassment of Riches” won the Philippine centennial prize in 1998. “Banyaga and Blue Angel” and “White Shadow” both won the National Book Award for the Novel in English. I teach Creative Writing at the University of the Philippines.   นักเขียนซีไรต์ประเทศฟิลิปปินส์ ชาร์ลสัน ออง ออง ชาร์ลสัน ออง ออง จบจากมหาวิทยาลัยแห่งฟิลิปปินส์ เมื่อ พ.ศ. 2524 ในวิชาจิตวิทยา เคยเป็นนักเขียนรับเชิญที่มหาวิทยาลัย National University ประเทศสิงคโปร์ เป็น visiting fellow ของมูลนิธิญี่ปุ่น เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้แทนสมาคม PEN ฟิลิปปินส์ไปประชุม PEN สากลที่กรุงมอสโก และที่เมืองเชียงจู ประเทศเกาหลีใต้ (พ.ศ. 2555) เป็น fellow ของโครงการงานเชียนสากลที่ไอโอวา (พ.ศ. 2545) ผลงานตีพิมพ์ได้แก่ หนังสือรวมเรื่องสั้น 3 เล่ม และนวนิยาย 3 เล่ม นวนิยาย ชื่อ Embarrassment of Riches ได้รับรางวัล Philippine Centennial Prize ใน พ.ศ. 2541 ทั้งเรื่อง Banyaka and Blue Angel และเรื่อง White Shadows ได้รับรางวัลหนังสือแห่งชาติ สำหรับนวนิยายภาษาอังกฤษ ชาร์ลสันสอนวิชาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ที่มหาวิทยาลัยแห่งฟิลิปปินส์   คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ ชาร์ลสัน ออง ออง Click Here to read  CHARLSON ONG ONG’s speech

*******

2012 SINGAPORE S.E.A. WRITE AWARDEE SUCHEN CHRISTINE LIM

Suchen Christine Lim was born in Malaysia and had her early education in Penang and Kedah. At 14, she migrated to Singapore with her family and continued her education at the Convent of the Holy Infant Jesus at Katong & later at CHIJ, Victoria Street. She read literature at the National University of Singapore and graduated with a postgraduate diploma in applied linguistics. She then joined the Ministry of Education as a curriculum specialist and worked there for many years. Lim’s first novel Rice Bowl was published in 1984, and she co-wrote the award-winning short play The Amah: A Portrait In Black And White in 1986. Her second novel Gift from the Gods (1990) was nominated for a National Book Development Council award in 1992. In that same year, she won the inaugural Singapore Literature Prize for her third novel Fistful Of Colours (1992). Her fourth novel A Bit Of Earth (2000) and The Lies that Build a Marriage: Stories of the Unsung, Unsaid and Uncelebrated in Singapore (2007), a collection of short stories, were shortlisted for the Singapore Literature Prize in 2004 and 2008 respectively. Her non-fiction book, Hua Song: Stories of the Chinese Diaspora, was published in 2005. Lim was given a Fullbright grant in 1996 to attend the prestigious Writers’ Workshop at the University of Iowa, to which she returned as International Writer-in-Residence in 2000. Residency was also extended to her by the NICA Centre in Yangon, Myanmar, the University of Western Australia, the Moniack Mhor Writers’ Centre in the Scottish Highlands, Toji Cultural Centre in South Korea, and Ateneo de Manila University in the Philippines. She was a Visiting Fellow in Creative Writing at the Nanyang Technological University Singapore in 2011.   นักเขียนซีไรต์ประเทศสิงคโปร์ ซูเชน คริสตีน ลิม ซูเชน คริสตีน ลิม เกิดที่ประเทศมาเลเซีย ศึกษาในวัยเยาว์ที่ปีนังและรัฐเกดะห์ เมื่ออายุ 14 เธอกับครอบครัวย้ายไปอยู่ประเทศสิงคโปร์ ศึกษาต่อที่โรงเรียนคอนแวนต์โฮลีอินแฟนต์จีซัสที่กะตง และต่อมาก็ย้ายไปยังโรงเรียนคอนแวนต์ชื่อเดิมซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนวิกตอเรีย เธอศึกษาวิชาวรรณคดีที่ National University of Singapore ได้รับปริญญาตรีและประกาศนียบัตร หลังจบการศึกษา เธอเข้าทำงานที่กระทรวงศึกษาธิการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านการวางหลักสูตร นวนิยายเรื่องแรกของลิม Rice Bowl พิมพ์เผยแพร่ในพ.ศ. 2527 เธอร่วมเขียนบทละครสั้นซึ่งได้รับรางวัลเรื่อง The Amah: A Portrait In Black And White ในพ.ศ. 2529 นวนิยายเรื่องที่ 2 ชื่อ Gift from the Gods พิมพ์เผยแพร่ใน พ.ศ. 2533 ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลของสภาพัฒนาหนังสือแห่งชาติ (National Book Development Council Award) ใน พ.ศ. 2535 ในปีเดียวกัน นวนิยายเล่มที่ 3 ของเธอชื่อ Fistful of Colours ได้รับรางวัล Singapore Literature Prize ซึ่งเริ่มมีเป็นปีแรก นวนิยายเล่มที่ 4 ของ ลิมชื่อ A Bit Of Earth พิมพ์เผยแพร่ในพ.ศ. 2543 และหนังสือรวมเรื่องสั้นชื่อ The Lies that Build a Marriage: Stories of the Unsung, Unsaid and Uncelebrated in Singapore ซึ่งพิมพ์เผยแพร่ในพ.ศ. 2550 ได้เข้ารอบสุดท้ายของรางวัล Singapore Literature Prize ใน พ.ศ. 2547 และ พ.ศ. 2551 ตามลำดับ หนังสือสารคดีของลิมชื่อ Hua Song: Stories of the Chinese Diaspora พิมพ์เผยแพร่ในพ.ศ. 2548 ลิมได้รับทุนฟุลไบรต์ในพ.ศ.2539 เพื่อไปประชุมปฏิบัติการนักเขียนที่มหาวิทยาลัยไอโอวา ประเทศสหรัฐอเมริกา การประชุมปฏิบัติการที่มหาวิทยาลัยนี้มีชื่อเสียงมาก ซึ่งต่อมาเธอก็กลับไปที่นั่นอีกในฐานะ Writer-in-Residence ใน พ.ศ. 2543 หลังจากนั้นเธอก็ได้เป็นนักเขียนรับเชิญที่ NICA Centre กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ ที่มหาวิทยาลัย Western Australia ที่ศูนย์นักเขียน Moniack Mhor Writers’ Centre ใน สก็อตแลนด์ ที่ศูนย์วัฒนธรรมโตจิ ในประเทศเกาหลีใต้ และที่มหาวิทยาลัยอะเตนีโอ เดอ มะนิลา ในประเทศฟิลิปปินส์ เธอเป็นนักเขียนรับเชิญในวิชาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ที่ Nanyang Technological University ในสิงคโปร์เมื่อ พ.ศ. 2554   คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ ซูเชน คริสตีน ลิม Click Here to read  Suchen Christine Lim’s speech

******

 

2012 THAI S.E.A. WRITE AWARDEE WIPAS SRITHONG

Wipas Srithong was born on 6 September 1970 in Phatthalung, a province down South of Thailand. He moved to Bangkok with his family at an early age. Wipas attended secondary school at Sarawittaya School. However he dropped out of school to help out with family business before he could graduate. While working with family, he studied by himself and managed to pass the university entrance examination. He was accepted at the Medical School at Ramathibodi Hospital, Mahidol University. After 10 years of studying for a degree in medicine, Wipas decided to drop out and started to follow his passion in art instead. This includes film making, visual arts and writing. Wipas has published two short-stories, “Maow Kao Chiwit” (Cat with Nine Lives, 2002) and “Wela Luang Phan Umong” (Time through Tunnel, 2008), an English Poetry ‘Graffiti’ (2002) and a Visual Poetry, Treung Ta Konlabut, 2011). His first novel Kon Krae ‘Dwarf’ (2012) has won the S.E.A. Write Award 2012. Wipas is married to Natalie Schneider from Australia. They currently live in Bangkok and own a research and translation business. In late October 2012 he will be publishing his new novel “Mah Hua Kon” (Dog with Man’s head).   นักเขียนซีไรต์ประเทศไทย ปี 2555 วิภาส ศรีทอง วิภาส ศรีทอง เกิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2513 ที่จังหวัดพัทลุง ติดตามครอบครัวมาอยู่กรุงเทพฯตั้งแต่ในวัยเด็ก เข้ารับการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนสารวิทยา แต่ไม่จบการศึกษาในระบบ เพราะลาออกมาช่วยธุรกิจส่วนตัวของที่บ้าน ทำงานซ่อมเครื่องไฟฟ้า ติดตั้งเสาทีวี เรียกว่าเป็นผู้ใช้แรงงานเต็มตัว ระหว่างที่ทำงาน วิภาสก็ศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองและผ่านการสอบเทียบ จากนั้นเข้าศึกษาต่อคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ใช้เวลาศึกษานานกว่า 10 ปี จนเป็นแพทย์ฝึกหัด (Extern) แต่วิภาสได้ตัดสินใจลาออกจากคณะแพทยศาสตร์ ในเทอมการศึกษาสุดท้ายของการเรียนการสอน ก่อนจบการศึกษาเพียง 3-4 เดือน เพื่อไปตามความฝัน โดยทำงานเขียน หนังสั้น และงานศิลปะ ด้านผลงานมีทั้งรวมเรื่องสั้น “แมวเก้าชีวิต (2545)” และ “เวลาล่วงผ่านอุโมงค์ 2551” รวมบทกวีภาษาอังกฤษ “Graffiti 2545” และ รวมวรรณรูป “ตรึงตากลบท 2554” นวนิยาย “คนแคระ” เป็นผลงานนวนิยายเรื่องแรกของวิภาส ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน ประจำปี พ.ศ. 2555 ปัจจุบันวิภาสสมรสกับ นาตาลี ชไนเดอร์ ชาวออสเตรเลีย และพำนักอยู่ที่กรุงเทพฯ ประกอบกิจการส่วนตัว รับจ้างทำหาข้อมูลและแปลเอกสารธุรกิจให้ชาวต่างชาติ และเตรียมตีพิมพ์นวนิยายเรื่องล่าสุด “หมาหัวคน” ปลายปี 2555 นี้   คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ วิภาส ศรีทอง Click Here to read  Wipas Srithong’s speech

*******

2012 VIETNAM S.E.A. WRITE AWARDEE TRUNG TRUNG DINH Trung Trung Dinh was born in 21 September 1949 in Hai Phong City. After school he joined the People Army and served in the front of Western Highland. After, he had attended and graduated from the Nguyen Du Creative Writing College. He had been worked as an editor of the People Army Magazine. Now he is a director of the Publishing House: Writers’ Association and a member of Executive Committee of Vietnam Writers’ Association. The winner was judged on his work of novel entitled “The Battlefield Soldier”   นักเขียนซีไรต์ประเทศเวียดนาม จุง จุง ดิ่ง

จุง จุง ดิ่ง เกิดเมื่อวันที่ 21 กันยายน 1949 ที่เมืองไฮฟง หลังจบการศึกษาเขาสมัครเข้ากองทัพประชาชน ปฏิบัติอยู่กองหน้าของ Western Highland ต่อมาได้เข้าศึกษาและจบมหาวิทยาลัย Nguyen Du Creative Writing College เขาเคยเข้าทำงานเป็นบรรณาธิการของ People Army Magazine ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักพิมพ์ของสมาคมนักเขียน และเป็นสมาชิกสมาคมคณะกรรมการบริหารของสมาคมนักเรียนเวียดนาม

จุง จุง ดิ่ง ได้รับคัดเลือกเป็นผู้ได้รับรางวัลซีไรต์ ด้วยผลงานนวนิยายเรื่อง Battlefield Soldier

  คลิกที่นี่ เพื่ออ่านสุนทรพจน์ของ จุง จุง ดิ่ง Click Here to read  Trung Trung Dinh’s speech o

*******************************************************************************************************************

o

Past Awardees List:

Year 2011 พ.ศ. 2554
Mohd Zefri Ariff bin Mohd Zain Ariff Brunei โมฮัมเม็ด เซฟรี อารีฟ บิน โมฮัมเม็ด ไซน์ อารีฟ บรูไน
D. Zawawi  Imron Indonesia ดี. ซาวาวี อิมรอน อินโดนีเซีย
Bounthanong Xomxayphol Laos บุนทะนอง ชมไชผน ลาว
Mohd Zakir Syed bin Syed Othman Malaysia โมฮัมเม็ด ซากีร์ ไซยิด บิน ไซยิด ออสมัน มาเลเซีย
Romulo P. Baquiran, Jr Philippines โรมูโล พี. บากิรัน จูเนียร์ ฟิลิปปินส์
Robert Yeo Cheng Chuan Singapore รอเบิร์ต เหยา เฉิงชวน สิงคโปร์
Jadej Kamjorndet Thailand จเด็จ กำจรเดช ไทย
Nguyen Chi Trung Vietnam เหงวียน จี๋ ตรุง เวียดนาม

 

Year 2010 พ.ศ. 2553
Wijaya Brunei วิจยา บรูไน
Afrizal Malna Indonesia อัฟริซัล มัลนา อินโดนีเซีย
Dara Kanlaya Laos ดารา กัลยา ลาว
Zaen Kasturi Malaysia ซาเอน กัสตูรี มาเลเซีย
Marjorie Evasco Philippines มาจอรี เอวาสโก ฟิลิปปินส์
Johar Bin Buang Singapore โจฮาร์ บิน บวง สิงคโปร์
Zakariya Amataya Thailand ซะการีย์ยา อมตยา ไทย
Nguyen Nhat Anh Vietnam เหงียน นัตอัน เวียดนาม

 

Year 2009 พ.ศ. 2552
Hajah Norsiah Binti Haji Abdul Gapar Brunei ฮัจญา นอร์เซีย บินติ ฮัจญี อับดุล กาปาร์ บรูไน
Floribertus Rahardi Indonesia ฟลอริเบอร์ตุส ราฮาร์ดี อินโดนีเซีย
Khamseng Synonthong Laos คำแสง สีโนนทอง ลาว
Azmah Nordin Malaysia อัซมาห์ นอร์ดีน มาเลเซีย
Abdon Jr Balde Philippines อับดอน เจอาร์ บัลเด ฟิลิปปินส์
Chia Hwee Pheng Singapore เจีย วี เพง สิงคโปร์
Uthis Haemamool Thailand อุทิศ เหมะมูล ไทย
Cao Duy Son Vietnam กาว ยวี เซิน เวียดนาม

 

Year 2008 พ.ศ. 2551
Dr. Haji Mohammad bin Pengiran Haji Abd Rahman Brunei ฯพณฯ ดร. หะจี โมฮัมมัด บิน แปงกิรัน หะจี อับดุล เราะห์มาน บรูไน
Dr. Sin Touch Cambodia ดร. ซิน ทัช กัมพูชา
Hamsad Rangkut Indonesia ฮัมซาด รังกุติ อินโดนีเซีย
Othong Kham-Insou Laos โอทอง คำอินซู ลาว
Professor Hatta Azad Khan Malaysia ฮัตตา อาซัด ข่าน มาเลเซีย
Dr. Elmer Alindogan Ordonez Philippines ดร. เอลเมอร์ อาลิงโดกัน ออร์โดเนซ ฟิลิปปินส์
Stella Kon Singapore สเตลลา กอน สิงคโปร์
Watchara Sujjasarasin Thailand วัชระ สัจจะสารสิน ไทย
Nguyen Ngoc Tu Vietnam เหวียน หงอก ตือ เวียดนาม

 

Year 2007 พ.ศ. 2550
Haji Moksin bin Haji Abdull Kadir Brunei หะจี ม็อกซิน บินหะจี อับดัล การดีร์ บรูไน
Suphany Oum Cambodia อม สุภาณี กัมพูชา
Suparto Brata Indonesia สุปาร์โต บราตา อินโดนีเซีย
Houmphanh Rattanavong Laos รัตนวง หุมพัน ลาว
Professor Rahman Shaari Malaysia ศาสตร์จารย์ เราะห์มาน ชารี มาเลเซีย
Michael Coroza Philippines ไมเคิล โคโรซา ฟิลิปปินส์
Rex Shelley (absent due to accident) Singapore เรกซ์ เชลลี สิงคโปร์
Montri Sriyong Thailand มนตรี ศรียงค์ ไทย
Tran Van Tuan Vietnam ชัน วัน ตวน เวียดนาม

 

Year 2006 พ.ศ. 2549
Sawal Rajab Brunei สะวัล ราจาบ บรูไน
Vannarirak Pal Cambodia วันนาริรัก ปาล กัมพูชา
Sitor Situmorang Indonesia สิเตอร์ สิตูโมรัง อินโดนีเซีย
Douangdeuane Bounyavong Laos ดวงเดือน บุนยะวง ลาว
Jong Chian Lai Malaysia จอง เชียน ไล มาเลเซีย
Victor Emmanuel Carmelo D. Nadera Philippines วิกเตอร์ เอมมานูเอล คาร์เมโล ดี. นาเดรา จูเนียร์ ฟิลิปปินส์
Isa Kamari Singapore อีซา กามารี สิงคโปร์
Ngarmpun Vejjajiva Thailand งามพรรณ เวชชาชีวะ ไทย
Le Van Thao Vietnam เลอ ฟาน เทา เวียดนาม

 

Year 2005 พ.ศ. 2548
Rahimi A. B. Brunei ฮัมปวน ดร. หะจี บราฮิม บิน อัมปวน หะจี เตงกาฮ์ บรูไน
Miech Ponn Cambodia มีช ปอนน์ กัมพูชา
Acep Zamzam Noor Indonesia อาเจป ซัมซัม นูร์ อินโดนีเซีย
Bounseune Sengmany Laos บุญเสิน แสงมณี ลาว
Abdul Ghafar Ibrahim Malaysia อับดุล คะฟาร์ อิบราฮิม มาเลเซีย
Malou Jacob Philippines มาลู ฮาคอบ ฟิลิปปินส์
P. Krishnan Singapore พี. กฤษณันพี. กฤษณัน สิงคโปร์
Binlah Sonkalagiri Thailand บินหลา สันกาลาคีรี ไทย
Phu Tram Vietnam ฟู ตรัม (อินระสะระ) เวียดนาม

 

Year 2004 พ.ศ. 2547
Haji Jawawi bin Haji Ahmad Brunei หะจี จาวาวี บิน อะหมัด บรูไน
H.E. Chey Chap Cambodia ฯพณฯ เช ชัป กัมพูชา
Gus tf Sakai Indonesia กุส ทีเอฟ ซาไก (กุสตราฟิชัล บิน บุชตามัม) อินโดนีเซีย
Thongbay Phothisane Laos ทองใบ โพธิสาน ลาว
Zurinah Hassan Malaysia ซูรินาห์ ฮัซซัน มาเลเซีย
Dr. Cesar Ruiz Aquino Philippines ดร. เซซาร์ รูอิซ อากีโน ฟิลิปปินส์
Dr. Soon Ai Ling Singapore ดร. ซูน ไอ ลิง สิงคโปร์
Rewat Phanpipat Thailand เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ ไทย
Do Chu Vietnam โด ชู เวียดนาม

 

Year 2003 พ.ศ. 2546
Assoc. Prof. Dr. Haji Hashim bin Haji Abdul Hamid Brunei รองศาสตราจารย์ ดร.หะจี ฮาชิม บิน หะจี อับดัล ฮามิด บรูไน
Kim Pinun Cambodia คิม ปินุน กัมพูชา
NH Dini Indonesia เอ็น เอช ดินี อินโดนีเซีย
Theap Vongpakay Laos เทียบ วงปะกาย ลาว
Dr. Zakaria Ali Malaysia ดร. ซาคาเรีย อาลี มาเลเซีย
Dr. Domingo G. Landicho Philippines ดร. โดมินโก จี. แลนดิโช ฟิลิปปินส์
Philip Jeyaretnam Singapore ฟิลิป ชัยรัตนัม สิงคโปร์
Duanwad Pimwana Thailand เดือนวาด พิมวนา ไทย
Bang Viet Vietnam บาง เวียด เวียดนาม

 

Year 2002 พ.ศ. 2545
Rosli Abidin Yahya Brunei รอสลี อบีดิน ยาห์ยา บรูไน
Seng Sam An Cambodia เซง ซัม อัน กัมพูชา
Darmanto Jatman Indonesia ดาร์มันโต จัตมัน อินโดนีเซีย
Viseth Svengsuksa Laos วิเศษ แสวงศึกษา ลาว
Dr. Anwar bin Ridhwan Malaysia ดร. อันวาร์ บิน ริดห์วัน มาเลเซีย
Roberto T. Añonuevo Philippines โรแบร์โต ที อโนนูเอโว ฟิลิปปินส์
Mohamed Latiff bin Mohamed Singapore โมฮัมเหม็ด ลาทิฟ บิน โมฮัมหมัด สิงคโปร์
Prabda Yoon Thailand ปราบดา หยุ่น ไทย
Nguyen Kien Vietnam เหงียน เคียน เวียดนาม

 

Year 2001 พ.ศ. 2544
Rahim M.S. (Awang Haji Ibrahin bin Haji Muhammad) Brunei อาหวัง ฮัจจี อิบบราฮิม บิน ฮัจจี มูฮาหมัด บรูไน
Mao Ayuth Cambodia เมา อายุทธ กัมพูชา
Saini K.M. (Saini Kosim Karnamisastra) Indonesia ไซนี เค เอ็ม อินโดนีเซีย
Somsy Dexakhamphou Laos โสมสี เดชาคำพู ลาว
Zakaria Ariffin Malaysia ซากาเรีย อาร์ริฟิน มาเลเซีย
U Htin Gyi (Tekkatho Htin Gyi) Myanmar อู ทิน จี พม่า
Felice Prudente Sta. Maria Philippines เฟลิซ พรูเดนเต ซันตา มาเรีย ฟิลิปปินส์
K.T. M. Iqbal (Mohamed Iqbal) Singapore โมฮัมเมด อิกบัล สิงคโปร์
Chokchai Bundit (Chokchai Bunditsilasak) Thailand โชคชัย บัณฑิต ไทย
Nguyen Duc Mau Vietnam เหงียน ดุ๊ก เมา เวียดนาม

 

Year 2000 พ.ศ. 2543
Pehin Dato Abdul Aziz bin Juned Brunei เปฮิน ดาโต๊ะ อับดุล อะซีส บิน จูเนด บรูไน
Kong Bun Chhoeun Cambodia กุง บุน เชือน กัมพูชา
Wisran Hadi Indonesia วิสรัน ฮาดี อินโดนีเซีย
Souvanthone Bouphanouvong Laos สุวันทอน บุปผานุวง ลาว
Lim Swee Tin Malaysia ลิม สวี ติน มาเลเซีย
Daw Yin Yin (Saw Mon Nyin) Myanmar ดอว์ ยิน ยิน พม่า
Antonio Enriquez Philippines อันโตนิโอ เอ็นริเกซ ฟิลิปปินส์
Teoh Hee La Singapore เทโอ ฮีลา สิงคโปร์
Wimon Sainimnuan Thailand วิมล ไทรนิ่มนวล ไทย
Nguyen Khai Vietnam เหงียน ไค เวียดนาม

 

Year 1999 พ.ศ. 2542
Norsiah M.S. Brunei นอร์เซีย เอ็ม เอส บรูไน
Pich Tum Kravel Cambodia พิค ตุม คราเวล กัมพูชา
Dr. Kuntowijoyo MA. Indonesia ดร คุนโทวิโจโย เอ็มเอ อินโดนีเซีย
Chanthi Deuanesavanh Laos จันตี เดือนสะหวัน ลาว
Khadijah Hashim Malaysia คาดิจาห์ ฮาซิม มาเลเซีย
U Kyaw Aung Myanmar อู่ เคียว อัง พม่า
Dean Ophelia Dimalanta Philippines ดีน โอพีเลีย ดีมาลานตา ฟิลิปปินส์
Dr Catherine Lim Singapore ดร แคทเธอรีน ลิม สิงคโปร์
Win Lyovarin Thailand วินทร์ เลียววาริณ ไทย
Huu Thinh Vietnam ฮิว ถิง เวียดนาม

 

Year 1998 พ.ศ. 2541
Badaruddin H.O. Brunei บาดารุดดิน เอช โอ บรูไน
N.Riantiarno Indonesia เอ็น ริอานติอาร์โน อินโดนีเซีย
Dr.Thongkham Onemanisone Laos ดร ทองคำ อ่อนมณีสอน ลาว
Assoc.Prof. Dr.Othman Puteh Malaysia รศ ดร ออตมาน ปูเต มาเลเซีย
Sinbyu-Kyun Aung Thein Myanmar ซินพิวขจุน อองเตง พม่า
Marne L. Kilates Philippines มาร์นี แอล กิลาเตส ฟิลิปปินส์
Abdul Ghani Hami Singapore อับดุล กานิ ฮามิด สิงคโปร์
Raekham Pradouykham (Suphan Thongklouy) Thailand แรคำ ประโดยคำ ไทย
Ma Van Khang Vietnam มา วัน คัง เวียดนาม

 

Year 1997 พ.ศ. 2540
Awang Mohammad bin Haji Timbang Brunei อาหวัง โมฮัมหมัด บิน หัจญี ติมบัง บรูไน
Seno Gumira Ajidarma Indonesia เซโน กูมิรา อยีดารมา อินโดนีเซีย
Prof. Dr. Muhammad Haji Salleh Malaysia มูฮัมหมัด หัจญี ซัลเลฮ์ มาเลเซีย
Dr.Alejandro Roces Philippines อเลฮันโดร โรเซส ฟิลิปปินส์
Elangovan Singapore อีลันโกวัน สิงคโปร์
Win Lyovarin Thailand วินทร์ เลียววาริณ ไทย

 

Year 1996 พ.ศ. 2539
Pengiran Haji Sabtu bin Pengiran Haji Mohamad Salleh Brunei เพนกิรัน ฮาจิ สับตุ บรูไน
Rendra Indonesia เรนดรา อินโดนีเซีย
Zaharah Nawawi Malaysia ซาฮาราห์ นาวาวิ มาเลเซีย
Mike L. Bigornia Philippines ไมค์ แอล พิกอร์เนีย ฟิลิปปินส์
Minfong Ho Singapore โฮ มินฟอง สิงคโปร์
Kanogpong Songsompuntu Thailand กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ไทย
To Huu Vietnam โต ฮู เวียดนาม

 

Year 1995 พ.ศ. 2538
P.H. Muhammad Abdul Aziz (Pengiran Haji Aji bin Pengiran Haji Mohd. Tahir) Brunei เพนกิรัน ฮาจิ อาจิ มูฮัมมัด อับดุล อาซิส บรูไน
Ahmad Tohari Indonesia อับมาด โทฮาริ อินโดนีเซีย
Suhaimi Haji Muhammad Malaysia ซูไฮมิ ฮาจิ มูฮัมมัด มาเลเซีย
Teodoro T Antonio Philippines เตโอ ที อันโตนิโย ฟิลิปปินส์
Dan Ying (Lew Poo Chan) Singapore หลิว ฟู ฉั่น (ดาน ยิง) สิงคโปร์
Paiwarin Khao-Ngam Thailand ไพวรินทร์ ขาวงาม ไทย

 

Year 1994 พ.ศ. 2537
Yang Mulia Awang Haji Morshidi bin Haji Marsal Brunei ยัง มุเลีย อาวัง ฮัจญี มอรซิดี บิน ฮัจญี มัรสัล บรูไน
Taufiq Ismail Indonesia เตาฟิก อิสมาอิล อินโดนีเซีย
Prof. Dr. A. Wahab Ali Malaysia เอ วาฮับ อลี มาเลเซีย
Prof. Dr. B.S. Medina, Jr. Philippines บูนาเวนจูรา เอส เมดินา จูเนียร์ ฟิลิปปินส์
Naa Govindasamy Singapore นา โควินทสามี สิงคโปร์
Chart Kobchitti Thailand ชาติ กอบจิตติ ไทย

 

Year 1993 พ.ศ. 2536
Pengiran Haji Mohd. Yusuf Brunei เปนกิรัน ฮาจี โมฮัมหมัด ยูซุพ บรูไน
Ramadhan K.H. Indonesia รามาดัน เค เอช อินโดนีเซีย
Kamaruzzaman Abdul Kadir Malaysia กามารัซซามัน อับดุล กาดีร์ มาเลเซีย
Linda Ty-Casper Philippines ลินดา ตี-แคสเปอร์ ฟิลิปปินส์
Muhammad Ariff Ahmad Singapore มูฮัมหมัด อารีฟ อาห์หมัด สิงคโปร์
Sila Komchai (Winai Boonchuay) Thailand วินัย บุญช่วย ไทย

 

Year 1992 พ.ศ. 2535
Awang Haji Abdul Rahman Brunei ฮาจิ อับดุล ราห์มาน บรูไน
Ali Akbar Navis Indonesia อาลี อัคบาร์ เนวิส อินโดนีเซีย
Ismail Abbas Malaysia อิสเมล อับบาส มาเลเซีย
Alfred A. Yuson Philippines อัลเฟรด เอ ยูซอน ฟิลิปปินส์
Cheong Weng Yat Singapore เฉิง เหวง ยัด สิงคโปร์
Saksiri (Kittisak) Meesomsueb Thailand กิตติศักดิ์ มีสมสืบ ไทย

 

Year 1991 พ.ศ. 2534
H.E.Mr. Haji Mohammad Zain Brunei ฮาจิ มูฮัมหมัด ซาอีน บรูไน
Subagio Sastrowardoyo Indonesia สุบาจิโอ ซัสโตรวาร์โดโย อินโดนีเซีย
Jihaty Abadi (Yahya Hussin) Malaysia จิฮาติ อาบาดิ มาเลเซีย
Dr. Isagani R. Cruz Philippines อิซากานิ อาร์ ครูซ ฟิลิปปินส์
Dr. Gopal Baratham Singapore โกปาล บาราธัม สิงคโปร์
Mala Kamchan (Charoen Malaroj) Thailand มาลา คำจันทร์ ไทย

 

Year 1990 พ.ศ. 2533
Awang Mohd Salleh bin Abd. Latif Brunei โมหะมัด ซาเลห์ บิน อับดุล ลาติฟ บรูไน
Arifin C. Noer Indonesia อาริฟิน ซี โนเออร์ อินโดนีเซีย
S. Othman Kelantan Malaysia ส. โอธมาน เกลันตัน มาเลเซีย
Carmen Guerrero-Nakpil Philippines คาร์แมน แกร์โร นักปิล ฟิลิปปินส์
Rama Kannabiran Singapore รามา กันนาพิรัน สิงคโปร์
Anchan (Anchalee Vivatanachai) Thailand อัญชลี วิวัธนชัย ไทย

 

Year 1989 พ.ศ. 2532
Adi Kelana (Haji bin Haji Muhamad Said) Brunei ฮาจิ บิน ฮาจิ โมฮัมหมัด ซาอิด บรูไน
Gerson Poyk Indonesia เกอร์สัน ปอยส์ อินโดนีเซีย
Siti Zainon Ismail Malaysia สิติ ไซมอน อิสไมล์ มาเลเซีย
Lina Espina Moore Philippines ลีนา เอสปินา มัวร์ ฟิลิปปินส์
Suratman Markasan Singapore สุรัตมาน มาร์กาซาน สิงคโปร์
Chiranan Pitpreecha Thailand จิรนันท์ พิตรปรีชา ไทย

 

Year 1988 พ.ศ. 2531
Leman Ahmad (Haji Leman bin Ahmad) Brunei ฮาจิ ลีมัน บิน อาหมัด บรูไน
Danarto Indonesia ดานาร์โต อินโดนีเซีย
Azizi Haji Abdullah Malaysia อาซิซิ ฮาจิ อับดุลลาห์ มาเลเซีย
Rio Alma (Virgilio S. Almario) Philippines เวอร์จิลิโอ เอศ อัลมาริโอ ฟิลิปปินส์
Leou Pei Ann (Chua Boon Hean) Singapore ลิวไป่อัน หรือ จัวบุนเทียน สิงคโปร์
Nikom Rayawa Thailand นิคม รายยวา ไทย

 

Year 1987 พ.ศ. 2530
Yahya M.S. (Haji Yahya bin Haji Ibrahim) Brunei ทัจญี ยะห์ยา บิน ทัจญี อิบราฮิม บรูไน
Dr. Umar Kayam Indonesia ดร. อุมาร์ คัยยาม อินโดนีเซีย
Noordin Hassan Malaysia นูร์ดิน ฮัสซัน มาเลเซีย
Bienvenido N. Santos Philippines เบียงเวนิโด เอ็น ซานโตส ฟิลิปปินส์
Dr. Lee Tzu Pheng Singapore ดร. ลี ซู เพ็ง สิงคโปร์
Paitoon Thanya (Thanya Sangkapanthanon) Thailand ไพฑูรย์ ธัญญา ไทย

 

Year 1986 พ.ศ. 2529
Muslim Burmat (Haji Muslin bin Haji Burut) Brunei มุสลิม บุรมัต บรูไน
Sapardi Djoko Damono Indonesia ซาปาร์ดี ดโจโก ดาโมโน อินโดนีเซีย
Kemala (Ahmad Kamal Abdullah) Malaysia เคมาลา มาเลเซีย
Jose Maria Sison Philippines โฮเซ ซิซัน ฟิลิปปินส์
Paranan (C. Veloo) Singapore ปารานัน สิงคโปร์
Angkarn Kalayaanapong Thailand อังคาร กัลยาณพงค์ ไทย

 

Year 1985 พ.ศ. 2528
Abdul Hadi Wiji Muthari Indonesia อับดุล ฮาดิ้ อินโดนีเซีย
Arena Wati (Muhammad Dahalan bin Abdul Biang) Malaysia อรินา วาตี มาเลเซีย
Ricaredo Demetillo Philippines ริคาเรโด เดเม ทิลโล ฟิลิปปินส์
Noor S.I. (Ismail bin Haji Omar) Singapore อิสเมล บิน ฮาจิ สิงคโปร์
Krisna Asokesin (Sukanya Cholsuk) Thailand สุกัญญา ชลศึกษ์ (กฤษณา อโศกสิน) ไทย

 

Year 1984 พ.ศ. 2527
Budi Darma Indonesia บูดิ คาร์มะ อินโดนีเซีย
A. Latiff Mohidin Malaysia ลาติฟ โมฮิดิน มาเลเซีย
Virginia R. Moreno Philippines มิสเวอร์จิเนีย มอริโน ฟิลิปปินส์
Dr. Wong Yoon Wah Singapore ว่อง ยุน หว่า สิงคโปร์
Wanich Jarungidanan Thailand วานิช จรุงกิจอนันต์ ไทย

 

Year 1983 พ.ศ. 2526
Y.B. Mangunwijaya Indonesia วาย. บี. มังกุนวิชายา อินโดนีเซีย
Adibah Amin Malaysia อาคิบา อามิน มาเลเซีย
Ediberto K. Tiempo Philippines เอดิแบร์โต เทียมโป ฟิลิปปินส์
Arthur Yap Singapore อาร์เธอร์ ยัป สิงคโปร์
Komtuan Khantanu (Prasatporn Poosusilapadhorn) Thailand ประสาทพร ภูสศิลป์ธร (คมทวน คันธนู) ไทย

 

Year 1982 พ.ศ. 2525
Marianne Katoppo Indonesia มิส มาริแอน คาทอพโพ อินโดนีเซีย
Usman Awang Malaysia อุสแมน อาวัง มาเลเซีย
Adrian Cristobal Philippines เอเดรียน อี คริสโตบอล ฟิลิปปินส์
Ma Ilangkannan (M Balakrishnan) Singapore เอ็ม บาลากริชนัน สิงคโปร์
Chart Kobchitti Thailand ชาติ กอบจิตติ ไทย

 

Year 1981 พ.ศ. 2524
Goenawah Mohamad Indonesia โกว์นาวา โมฮาหมัด อินโดนีเซีย
Abdullah Hussein Malaysia อับดุลลาห์ ฮัซเซน มาเลเซีย
Gregorio Brillantes Philippines เกรโกริโอ บริลแลนเตส ฟิลิปปินส์
Wong Meng Voon Singapore วอง เม็ง วุน สิงคโปร์
Ussiri Dhammachote Thailand อัศศิริ ธรรมโชติ ไทย

 

Year 1980 พ.ศ. 2523
Putu Wijaya Indonesia ปูตู วิจายา อินโดนีเซีย
Baharuddin Zainal (Baha Zain) Malaysia ยาฮารุดดิน ไซนาล มาเลเซีย
Nick Joaquin Philippines นิค ฮัวควิน ฟิลิปปินส์
Masuri bin Sulikun Singapore มาซูรี บิน ซาลิกัน สิงคโปร์
Naowarat Pongpaiboon Thailand เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ไทย

 

Year 1979 พ.ศ. 2522
Sutardji Calzoum Bachri Indonesia สุทาดจี คาลซูม บาซรี อินโดนีเซีย
A. Samad Said Malaysia เอ ซามัด ซาอิด มาเลเซีย
Jolico Cuadra Philippines โจลิโค คัวตรา ฟิลิปปินส์
Edwin Nadason Thumboo Singapore เอ็ดวิน นาตาซัน ธัมบู สิงคโปร์
Kampoon Boonthawee Thailand คำพูน บุญทวี ไทย

*******************************************************************************************************************